เป้าหมายทางด้านความรู้ และการศึกษานั้น ตัวหลักจะเกี่ยวกับการอ่านหนังสือซะส่วนใหญ่ สำหรับหัวข้ออื่นๆ ก็ยังถือเป็นเรื่องยากเหมือนกันสำหรับผม เช่นการเข้าร่วมสัมนา หรืออบรม ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ซึ่งปกติ ผมจะเข้าร่วมประมาณปีะล 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง.. มาลองดูกันเป็นข้อๆ ว่า เป้าหมาย 5 ข้อ เกี่ยวกับด้านความรู้ การศึกษา มันเป็นยังไงกัน
เป้าหมายด้านความรู้, การศึกษา (5 ข้อ)
05 – อ่านหนังสือดีมีสาระ (ไม่รวมนิตยาสารและการ์ตูน) ให้จบให้ได้ 300 เล่มใน 1 ปี (ใช้เวลาประมาณเล่มละ 1.2 วัน)
จริงๆแล้ว สำหรับเป้าหมายนี้ ดูเหมือนกับว่า จะเป็นการบังคับตัวเองให้อ่านหนังสือทั้งหมดที่มีอยู่ซะมากกว่า โดยเฉพาะหนังสือพวก PocketBook ที่ซื้อมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ นับจำนวนเล่มได้ก็เกือบๆ 100-120 เล่ม, ในห้องทำงานส่วนตัวของผม จะมีตู้หนังสืออยู่ 2 ตู้, รวมจำนวนหนังสือทั้งหมด (ไม่รวม นิตยาสาร และการ์ตูน) จะมีหนังสืออยู่ประมาณ 280-300 เล่ม เลยทีเดียว, ซึ่งถือว่านั่นคือหนังสือที่ต้องอ่านให้หมดให้ได้ ถ้าจะซื้อมาใหม่ ก็คงจะมีอัตราในการซื้อไม่เกิน 4-5 เล่มต่อเดือน
ความง่ายในเป้าหมายนี้ มันอยู่ที่ว่า หนังสือหลายๆ เล่มที่มีอยู่ จะผ่านตามาบ้างแล้ว ทำให้ความเร็วในการอ่านจะไม่ต่ำมาก บางเล่มอ่านมาแล้วสัก 50-100 หน้า แต่ยังอ่านไม่จบ ก็ตั้งเป้าหมายซำ จะได้อ่านให้จบ
.
06 – อ่านนิตยาสาร Secret และ รักลูก ที่ซื้อไว้แล้ว ให้หมดทุกเล่ม ทั้งอดีต และที่จะส่งมาให้อีกในอนาคต
นิตยาสาร Secret และ นิตยาสาร รักลูก เป็นนิตยาสารที่สมัครเป็นสมาชิกรายปีเอาไว้ .. จริงๆแล้ว ใน 1 ปี นั้น จะมีหนังสือมาจำนวนไม่มากนักหรอก คือ. นิตยาสาร Secret มีทั้งหมด 24 เล่ม (ตอนนี้มีแล้ว 11 เล่ม), และนิตยาสาร รักลูก 12 เล่ม (ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 15 เล่ม คาดว่า ซื้อเอาไว้ก่อนที่จะสมัครสมาชิก)
เป็นการบังคับตัวเองให้อ่านหนังสือที่สมัครสมาชิกเอาไว้ สิ่งสำคัญ ก็คือการแบ่งเวลามานั่งอ่านหนังสือนั่นเอง
.
07 – เขียนสรุปหัวข้อของเนื้อหาหนังสือที่อ่านจบ 30 เล่ม เป็น MindMap
ในส่วนนี้ ไม่น่าจะยาก เพราะถ้าอ่านหนังสือจบ ก็น่าจะสามารถเขียนเป็น MindMap เพื่อสรุปใจความสำคัญของหนังสือที่ชอบ และอยากจะจดจำเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน .. ปัญหาจะอยู่ที่ ต้องอ่านหนังสือให้จบมากกว่า..
.
08 – เก่งภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนได้อย่างชำนาญ
ในส่วนนี้ ผมถือว่า ผมโชคดีที่มีพื้นฐานการใช้ภาษาอังกฤษอยู่บ้างแล้ว จากการที่ไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นระยะเวลา 2 ปี, การรื้อฟื้นความสามารถ ไม่น่าจะยากมากเกินไป , สิ่งที่ทำให้อยากบรรลุเป้าหมายนี้ก็เพราะว่าอยู่ต่างจังหวัด อย่างปัตตานี แทบจะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย การติดต่อสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษมีน้อยมาก..
ความลำบากก็อยู่ที่การสร้างโอกาสให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษ และการหาคนมาช่วยติว ช่วยแก้ไข ช่วยแนะนำซะมากกว่า.. โดยเฉพาะการเลือกใช้ประโยคให้สละสลวยในการอธิบายเรื่องบางเรื่อง ไม่ใช่แค่การเขียนแบบเชยๆ เฉิ่มๆ ทั่วไป..
.
09 – เข้าร่วมการสัมนา หรือการอบรม ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง
สำหรับการเข้าสัมมนา, อบรม, การเข้างานเสวนาต่างๆ, งาน Event ต่างๆ .. เรียกได้ว่า ผมมีประสบการณ์น้อยมากในเรื่องพวกนี้ ปีที่แล้ว ได้เข้าร่วมการอบรม การเสวนา เพียงแค่ 3-4 ครั้งเท่านั้นเอง, 2 ครั้ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับธนาคาร, 1 ครั้งเป็นเรื่องของการควบคุมเครื่องจักร, และอีกหนึ่งครั้ง ไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่าเป็นเรื่องอะไร แต่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ที่หาที่นั่งฟังแทบจะไม่ได้เลย … การผลักดันตัวเองเข้าไปสู่งานแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติของตัวผมเองเลย..
ปัญหาอยู่ที่ความไม่คุ้นเคยในการทำกิจกรรมพวกนี้, การไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆเหล่านี้, ความขาดแคลนด้านทุนทรัพย์ ที่อาจจะมากสำหรับการอบรมบางอย่าง (ถ้าคิดว่า อบรมครั้งละ 1,000 บาท 10 ครั้ง ก็ 10,000 .. แค่นี้ก็ลำบากแล้ว), และสุดท้าย การเดินทางไปไหนมาไหน ห่างจากครอบครัว ก็ทำให้มีการทะเลาะกันได้อยู่เหมือนกัน ในแง่ที่ว่า “หนีเที่ยวอีกแล้ว”
แต่สำหรับการเริ่มต้นนี้ ผมเล็งเอาไว้ 2 งาน ก็คือ 1.งาน BarcampBangkok ที่จะจัดขึ้นวันที่ 23-24 พค.นี้ มีค่าใช้จ่ายที่น่าเป็นห่วงคือค่าตั่วเครื่องบิน, และอีกงานหนึ่ง คือ งาน GotoKnow Forum ที่จะจัดวันที่ 24-25 พค.นี้ ที่หาดใหญ่ .. แต่งานที่ 2 นี้ ต้องยกเลิกไป เนื่องจากว่าเค้าปิดรับแล้ว.. ถือว่าชวด แต่ก็จะ contribute เนื้อหา เรื่องราว เข้าสู่เว็บ GotoKnow หลังจากนี้..
.
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 30 เป้าหมาย..

