9 June 2009“เมื่อยักษ์ตื่น” อ่านจบอีกเล่มแล้ว

หนังสือ เมื่อยักษ์ตื่นเป็นหนังสือ PocketBook อีกเล่มที่อ่านจบครับ, ผมยอมรับว่าในตอนแรกผมไม่ได้มีความตั้งใจที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้เท่าไหร่ เพราะคำนำ บทนำ เนื้อหาที่แนะนำผู้เขียน หรือเจ้าของไอเดียที่นำเสนอในหนังสือเล่มนี้ ไม่น่าสนใจเอาซะเลย ไม่น่าสนใจจริงๆ, ผมไม่เคยได้ดูได้ฟังเขาพูดในทีวี, ผมไม่เคยได้ยินคนอื่นเค้าเล่าเกี่ยวกับผู้เขียนคนนี้, แต่สิ่งที่ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านจนจบ นั่นก็เพราะว่าเค้าจัดสัมมนากึ่งๆ Workshop และการเข้าร่วมการสัมนาหรือการ WorkShop ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของผม งานสัมมนาที่เค้าจัดจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผมต้องลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ดังนั้นผมต้องตัดสินใจภายในเวลาพรุ่งนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจก็ต้องสืบดูว่าน่าสนใจแค่ไหน, และเมื่ออ่านดูก็รู้ว่า น่าสนใจมากครับ

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนในลักษณะที่เล่าเรื่องความสำเร็จของผู้เขียนให้รู้สึกว่าน่าตื่นเต้น และน่าติดตามอ่านดูว่าเค้าประสบความสำเร็จได้อย่างไร ความจริงแล้ว ผมอ่านไปครึ่งเล่ม ผมยังไม่รู้เลยว่าเค้าประสบความสำเร็จ หรือมีผลงานที่จะทำให้ผมต้องยอมรับฟังคำพูดของเค้า หาไม่เจอเลยจริงๆ เรื่องราวของเค้ากลับเริ่มต้นด้วยภาพของเด็กที่พ่อแม่รวบ ซื้อรถ BMW ให้เป็นของขวัญที่สอบเข้าเรียนระดับปริญญาตรีได้ ซึ่งผมรู้สึกไม่ค่อยชอบนักกับเรื่องราวที่รู้สึกว่าฟุ่มเฟือยเกินไปแบบนี้… เค้าเล่าต่อว่า เรียนจบแล้ว ก็เป็นนักบัญชี วันๆ ไม่ได้ทำอะไรมากมาย มีแต่ทำงาน กลับบ้านนอน แค่นั้นเอง…

หนังสือเล่มนี้ แทบจะไม่ได้พูดถึงความสำเร็จอะไรในตัวของผู้เขียนเลย หาม่าย (เสียงในฟีล์มของคนใต้) จริงๆ  นอกเสียจากเรื่องความตั้งใจของเค้าที่จะเป็นนักพูดปลุกระดมที่เก่งกาจเท่านั้นแหละ (ผมกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ใช้คำว่า สะกดจิตหมู่) และนั่นก็คือสิ่งที่ทำให้ผมยิ่งมีข้อสงสัยเข้าไปอีก ว่าถ้าเค้าไม่ชมว่าตัวเองเก่ง และงานสัมนาของเค้าดีเยี่ยมแค่ไหน ใครที่ไหนจะเข้าไปเข้าร่วมงานของเค้ากันล่ะ… แต่ที่รู้สึกสนุกดี และต้องชอบไปกับวิธีของเค้า นั่นก็คือ วิธีการที่เค้าบอกตัวเอง วิธีการตั้งเป้าหมายของเค้า วิธีการที่จะปลุกความคิด ปลุกความตั้งใจ ปลุกระดม สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ตัวอย่างที่เค้าทำ สิ่งที่คำทำ ตัวอย่างที่เค้ายกขึ้นมาพูดให้ฟัง อธิบายให้เห็น มันชัดเจนมากๆ ช่วยให้เห็นภาพมากจริงๆ… การตั้งเป้าหมายของเค้า การสร้างแรงบันดาลใจของเค้า จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับผมมากๆ ในการเขียนเป้าหมายของตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตัวเอง สร้างแรงเชียร์ให้กับตัวเอง (ซึ่งผมคงจะลองเขียนใน Blog ต่อไปจากนี้แน่นอน)

ถ้าถามผมว่า จะแนะนำให้อ่านหนังสือนี้หรือเปล่า.. ผมบอกได้เต็มปากว่า คุณแทบจะไม่ต้องซื้อมาอ่านเลย คุณแทบจะไปยืนอ่านในร้านหนังสือ เพียง 10-20 หน้า ที่สำคัญๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะว่าที่เหลือจะค่อนข้างเหมือนกับการโฆษณาขายกิจกรรมการสัมนาของเค้าซะมากกว่า (จะโดนฆ่าปาดคอตายรึเปล่า ถ้าผมบอกว่าไม่ต้องซื้อ อย่าไปซื้อมันเลยเนี่ย 555) แต่ที่สำคัญคือ ผมว่าคุณควรจะไปร่วมกิจกรรมสัมนาของเค้า ถ้าเรียกให้ได้อารมณ์แบบที่ผมชอบ ก็ต้องเรียกว่า ไปร่วมสนุกกับเค้า… (ซึ่งผมจะเข้าร่วมอย่างน้อยๆ ก็สักหัวข้อหนึ่ง ที่กินเวลาเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น สั้นมากๆ แต่จะได้รับความรู้ แนวความคิด อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แน่นอน)

เอาล่ะ … ผมจบเพียงแค่นี้สำหรับหนังสือเล่มนี้ล่ะ… ใครอยากอ่าน ยกมือขึ้น !!! ผมจะใส่ซอง ส่งไปรษณีย์ให้คุณฟรีๆ แต่มีข้อแม้ คือ คุณต้องบริจาคเงินให้แก่หน่วยงานการกุศลอะไรสักอย่าง (บ้านโฮมฮัก, วัดพระบาทน้ำพุ ฯลฯ) และนำหลักฐานการทำบุญของคุณมาโชว์ให้ดูสักหน่อย ส่งมาพร้อมกับที่อยู่สำหรับการจัดส่ง มาทาง email : ohm4u@nattawut.com นะครับ (ไอเดียการทำบุญ แลกหนังสือฟรี มาจาก @9aum ที่ผมรู้เรื่องมาจาก @simplywit อีกทีหนึ่ง)

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ และการบรรยาสัมมนาอบรมของผู้เขียนคนนี้ได้ที่ http://www.CoachSiriluck.com


Tags: ,
มีคนชมทั้งหมด 353 ครั้ง
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

Leave a Reply

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes