ผมเพิ่งจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ iPod touch 2G ขนาดความจุ 32Gb ได้ไม่นานนัก, ซึ่งคนอื่นๆ ก็มีกันไปหมดแล้ว และก็ถึงกับมีเครื่องที่ดีกว่า นั่นก็คือ iPhone กันไปเรียบร้อยแล้ว, ตัวผม ถือว่า ล้าหลัง ไม่ตามเทคโนโลยีเอาซะมากๆ, ซึ่งจริงๆ ตัวผมเอง ก็ไม่ชอบตามกระแส อะไรใหม่ๆ ดีๆ คนกำลังเห่อซื้อมาใช้กันเยอะๆ ผมจะไม่ไปสนใจ ผมไม่ใช่ Early adopter, แต่จะรอให้เทคโนโลยี หรือเครื่องมือนั้น มันได้รับการศึกษาจากผู้ใช้สักระยะ ได้รับการยอมรับที่ดี แล้วค่อยเริ่มมองหามาใช้สักตัว, iPod touch ก็เป็นหนึ่งในนั้น
สำหรับ iPod Touch ตัวนี้ ได้เปิดโลกกว้างให้ผมได้มากมาย, โดยหลักๆ อย่างแรกคือ ได้ทำให้ผมเห็นถึงความเป็นเลิศด้าน software ที่มาจากค่าย Apple, เมื่อเทียบกับ Portable MP3 Player ยี่ห้ออื่นๆ, หรือว่า OS ที่ใช้ระบบ Touch ของมือถือยี่ห้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Nokia (Symbian) หรือว่า HTC (Window Mobile) มันสร้างความแตกต่างในแง่ของการใช้งานได้อย่างชัดเจนมาก, เนื่องจากผมใช้ Window XP เป็นหลัก ดังนั้นประสบการณ์ที่ได้รับ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อ iPod Touch กับ คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งผ่านข้อมูล ยังไม่ได้สร้างความประทับใจให้ได้อย่างถึงที่สุดนัก, iPod Touch ยังเปิดมุมมองในแง่ของความสวยงามภายนอก ที่เป็นเรื่องผิวเผิน เพราะว่ามันสวยเฉพาะตอนที่มันอยู่ในร้านอย่างเดียว, และในเรื่องของภาพลวงตาที่เพื่อนบอกเอาไว้ นั่นคือ Accelerometer ซึ่งภาพที่ได้เห็นจากการโฆษณา พอได้สัมผัสเองแล้ว มันเป็นเพียงแค่ “ของเล่น” แต่จริงๆแล้ว Accelerometer มันมีประโยชน์อย่างอื่นมากกว่า ภาพที่ Apple ได้โฆษณาไว้, และประสบการณ์เจ็บปวดที่สุดก็คือ หลังจากที่ซื้อได้ 1 สัปดาห์ Apple ก็ประกาศลดราคา และก็ออกตัวใหม่มาอีกด้วย
เล่าประสบการณ์คร่าวๆ เอาไว้แล้ว… ต่อไปก็เป็นเรื่องหลักๆ ที่อยากบ่น… นั่นคือ เรื่อง ความสวยงามภายนอก ที่น่าจะคุยได้สนุกดี, ความจุ 32Gb มากเกินไปรึเปล่า?, และเรื่องของ OS ใหม่ล่าสุดของ iPod Touch คือ 3.1 ที่ไม่สามารถทำ JailBreak ได้ ณ.ขณะนี้
.
iPod Touch ความสวยงามภายนอก ที่ต้องแลกด้วยความใส่ใจ
iPod Touch จะมีหน้าจอที่ใหญ่มาก นั่นก็หมายถึงว่า มีพื้นที่ที่เป็นกระจกแข็ง ที่ใหญ่มาก ที่ต้องดูแลให้ดี เรื่องรอยขีดข่วน, ซึ่งปกติแล้ว ก็จะสามารถถามหาแผ่นพลาสติกป้องกันหน้าจอมาแปะได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง แต่อย่าลืมว่า แผ่นพลาสิติกกันรอย ก็สามารถเลื่อนไปมาได้ เพราะมันไม่ได้เป็นกาวติดไปเลย และการกระแทกแรงๆ (ที่ไม่ใช่การทำตก) ก็สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้เหมือนกัน การกระแทกในที่นี้ผมหมายถึงการใส่เอาไว้ในกระเป๋ารวมกับพวกกุญแจ หรือว่าของใช้ต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นโลหะ … ของผมเป็นรอยนิดหน่อยแล้ว
ด้านหลังที่เป็นอะูมิเนียมขัดมันแวววาว .. เป็นรอยง่ายมากๆ และเพราะว่ามันเป็นแบบแววๆ สว่าง ก็จะเห็นรอยได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะด้านหลังนี้ จะไม่ใช่พื้นราบเรียบ ดังนั้น ก็จะไม่สามารถเอาพลาสติกกันรอยมาแปะให้ราบเรียบสวยงามได้แล้ว … การแปะอะไรลงไป เท่ากับ ลดภาพความสวยงามของตัวเครื่องไปเลย… ถึงแม้ว่า จะมีพวกซองใส่ ปลอกยางซิลิโคน หรือว่าซองหนังต่างๆ ขายอยู่ตามท้องตลาดให้ซื้อหามาใช้ แต่ในการซื้อครั้งแรก มันก็จะไม่ได้แถมมาด้วย.. ผมไม่ได้ซื้อมาด้วย เวลาใช้ ก็ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น รอยขีดข่วน ความหมองหม่น ก็ปรากฏให้เห็นเต็มพื้นหลังหมดเลย
หูฟังสีขาวๆ .. ก็สกปรกได้ง่ายด้วย.. เพราะว่ามันเป็นสีขาว คราบสกปรกก็จะเห็นได้ชัด และที่สำคัญคือ มันเป็นพลาสติก เมื่อเกิดการขีดข่วน คราบก็จะติดแน่นฝังลึกอยู่ในรอยขีดข่วนนั้นด้วย…
สรุปแล้วก็คือ ถ้าจะให้มันสวยงาม เหมือนอย่างที่เราได้เห็นมันในหนังสือ ในเว็บไซต์ หรือเหมือนกับตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ เราก็ต้องดูแลมัน เหมือนกับที่มันได้รับการดูแลก่อนจะมาถึงมือลูกค้านั่นเอง.. การเอามาใช้ในแบบธรรมดา ไม่ต้องถึงขั้นโหดร้าย มันก็เป็นรอยได้อย่างเต็มที่แล้ว
.
ความจุ 32Gb ของ iPod Touch มากเกินไปหรือเปล่า?
ตอนที่ผมซื้อนั้น iPod Touch จะมีความจุให้เลือก อยู่ 3 ขนาด คือ 8Gb, 16Gb และ 32Gb แต่ตอนนี้ Apple ได้ตัดขนาด 16Gb ออกไปแล้ว และเพิ่มขนาด 64Gb ขึ้นมาแทน (ใหญ่มากๆ) .. คำถามคือว่า ไอ้ที่มันให้มาใหญ่โตเนี่ย มันมากเกินไปรึเปล่า
iPod Touch มันรับพวกโปรแกรมสำหรับ iPod Touch, ไฟล์เพลง, ไฟล์วีดีโอ, รูปภาพ, และล่าสุดที่ดูเหมือนจะเพิ่งมีเข้ามาให้ดาวโหลดใน iTune คือ iTune U ซึ่งเป็นสื่อการสอนหลายอย่างรวมๆ กัน ทั้งภาพ เสียง, ถ้าเราจะเอาอะไรใส่เข้าไปใน iPod Touch ให้เต็มความจุเนี่ย ถ้าเป็น Application ต่างๆ คงจะต้องจ่ายเงินกันหมดหน้าตัก ขนาดที่ซื้อ iPod Touch ได้อีกสักเครื่องทีเดียว ซึ่งถ้าคิดแค่โปรแกรมเพื่อการศึกษาแล้ว ผมเคยพยายามเต็มที่ ก็หามาได้รวมๆ แล้ว 8-9Gb ประมาณ 800-900 โปรแกรม – มันเยอะมากๆ จนเล่นไม่หมดแน่นอน, ความหวังที่จะทำให้มันเต็มความจุ ก็เลยไปอยู่ที่ เพลง และ วีดีโอ
สำหรับ 32Gb คือ เพลง ประมาณ 7000 เพลง หรือ วีดีโอ ประมาณ 40 ชั่วโมง, ถ้าใส่ Application เข้าไปด้วย อาจจะเหลือเฉลี่ยๆ กัน ก็สามารถใส่เพลงได้ ประมาณ 4000 เพลง และ วีดีโอ ประมาณ 15 ชั่วโมง, ซึ่งมันก็เยอะมากๆ… ทำให้คิดได้ว่า ถ้าลดลงไปเหลือครึ่งทาง ใส่เพลงได้ครึ่งหนึ่ง ใส่วีดีโอได้ครึ่งหนึ่ง ภายใน 1 สัปดาห์ ก็ยังฟังเพลง และดูวีดีโอทั้งหมดที่มี ไม่จบอยู่ดี…
นี่คือมุมมองของการเอามาใช้ส่วนตัวนะครับ, ถ้าเอาไปทำงาน เพลงเยอะๆ ที่จะนำเสนอให้ลูกค้า, ตัวอย่างหนัง หรือ วีดีโอ นำเสนอผลงานหรือสินค้าหลายๆชนิดนี่ ที่จะให้ลูกค้าดู มีเยอะๆ อยู่ในมือก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีเลย
.
iPod Touch 3.1 Software … Upgrade ใหม่ อย่าลืมนะ ว่าจะใช้ JailBreak ไม่ได้
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า JailBreak คืออะไร – มันคือโปรแกรมที่เอาไว้งัดแงะ iPod Touch นั่นเอง, เช่น เอาไว้เล่นโปรแกรมเวอร์ชั่นเพื่อการศึกษาโดยไม่ต้องจ่ายเงิน, เอาไว้ขี้โกงเกมส์ต่างๆ, หรือว่าปรับแต่งความสวยงามของ iPod Touch ในรูปแบบที่ตัว iPod Touch เอง ไม่ยอมให้ทำ
Apple โฆษณาให้ลง 3.1 เพราะว่าจะมี Function ใหม่ๆ ให้เล่น, ซึ่งจริงๆ แล้ว อาจจะเป็นวิธีที่ทำออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้คนใช้ software เพื่อการศึกษาไม่ต้องจ่ายเงิน, โดยความสามารถใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาใน 3.1 อย่างอื่น ไม่ใช่ความสมารถที่มีประโยชน์ หรือว่าสร้างความแตกต่างให้กับตัว iPod Touch อย่างแท้จริง
แต่เมื่อลง iPod Touch 3.1 Software ไปแล้ว จะทำอย่างไรดีล่ะ, ใช้โปรแกรมเพื่อการศึกษาไม่ได้แล้ว, คำตอบก็คือการ Downgrade เป็น 3.0 ซึ่งหมายถึงต้องยอมเสี่ยง ถ้าทำไม่ดี iPod Touch ก็อาจจะใช้งานไม่ได้ และก็หมดประกันด้วย (เค้าขู่กันมาอย่างนี้)
ถ้าอยากจะ Downgrade ก็สามารถหาข้อมูลได้เยอะแยะเลยจากอินเตอร์เน็ต ยกตัวอย่างเช่นเว็บนี้ http://www.ezylinux.com/mac_ipod/downgrade-ipod-touch-iphone-from-3-1-1-to-3-0-firmware/ เค้าบอกได้ละเอียด และก็เป็นภาษาไทยด้วย …
.
ก็หมดแล้ว เรื่องที่อยากจะเล่า เกี่ยวกับ iPod Touch ณ.วันนี้, เดี๋ยววันอื่นๆ จะมาเล่าเกี่ยวกับ Application และเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมแล้วกัน




ด้านหลังเป็นรอยง่ายจริงๆ
ของผมซื้อมาวันที่ 16 เอาผ้ามาห่อเครื่องไว้ตลอด
ซึ่งผ้านั้นก็ดูจะไม่ได้ทำให้เกิดรอยเลย แต่ดันเกิดได้
จะมาติดกันรอยด้านหลังราคา 390 ของ capdase มันก็สายไป
ความหรูหราของตัวเครื่องที่เคยมีในวันแรก มันก็หายไป
ตอนนี้ เหมือนไอพอดก๊องแก๊งที่น่าอายเวลาควักออกมาจากกระเป๋าซะแล้ว
โห… นี่ขนาดห่อผ้าเอาไว้แล้วนะเนี่ย ..ยังเป็นรอยได้ภายใน 3 วัน..
ของผมไม่ได้ห่อผ้าเอาไว้เลย ก็คิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ได้ดูแลมันอย่างดีตั้งแต่แรกซื้อ… แต่ที่ไหนได้ ดูซะก่อน คนที่ห่อผ้าเอาไว้แล้ว ก็เป็นรอย..
อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มมากครับ ผมเองก็แอบช้ำใจนิดๆ กรณีที่แอปเปิ้ลลดราคา พร้อมทั้งเพิ่มความจุรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ผมสอย 16gb มาเพราะราคาไต่ลงมาที่หมื่นต้นๆ แต่ถ้าซื้อช้าอีกนิดก็จะได้ 32gb มาครอบครอง แต่ก็ไม่ผิดหวังมากนัก(แอบปลอบใจตัวเองบ่อยๆ) เพราะมันมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมมาก ความจุแทบเป็นเรื่องรองลงมา ได้ใช้แอพพิลเคชั่นที่จำเป็นกับชีวิตประจำวันเยอะมาก เป็นตัวฆ่าเวลาที่ดี ตัดสินใจซื้อก็เพราะมีลูก…. ขวบกว่าเองครับ ทำไมมีลูกแล้วยังจะมาเล่นไอทัช??? ผมเองชั่งใจระหว่างไอทัช และเน็ตบุ๊ค ตัดสินใจอยู่หลายอาทิตย์ วันนึงได้คุยกับเพื่อนที่ expert ด้านคอมพิวเตอร์ (เขาใช้ pc) เขายังเทคะแนนให้กับไอทัชเกือบเต็ม 10 คะแนน ที่ไม่เต็มก็เพราะราคาสูงไปนิด (แต่เมื่อได้ใช้แล้ว จะรู้ว่าสมราคา…อีกนิดนึง กรณีถ้าเป็น user อย่างเดียว ผมว่ามันไม่คุ้มเท่าไหร่ ต้องเสี่ยงปลดล๊อคเครื่อง ล้วงเข้าไปในระบบของไอทัชได้บ้าง รับลองจะสนุกขึ้นเยอะ จะเทียบให้ง่ายอีกนิด น่าจะคล้ายกับนั่งกินข้าวเปล่าๆ แต่ไม่มีกับ)ทำไมมีลูกแล้วตัดสินใจซื้อไอทัช….เวลาลูกหลับอยู่บนไหล่ ถ้าไม่หลับกับลูกแล้วจะทำอะไรได้ เคยเอาโน๊ตบุ๊คมากางเล่นเน็ต แต่มือข้างเดียวทำได้ลำบากจริงๆ แต่เพียงแค่ปลายนิ้ว ไอทัชสบายกว่าเยอะ กลางคืนลูกนอนแล้ว เรายังไม่ง่วง ดูทีวีก็ไม่ได้ จอโน๊ตบุ๊คก็ยังสว่างอยู่ดี ไอทัชคะแนนนำมาอีกแล้ว สั่งโหลดเพลงในเครื่อง pc ทิ้งไว้ อ้าวลูกงอแง อุ้มโอ๋สักแป้บก็หลับบนอกอีกแล้ว vnc เข้าเครื่อง pc ผ่านไอท้ชเสียเลย อันนี้ต้องยกนิ้วให้ระบบ wi-fi ด้วย ถ้าเทคโนโลยีเมื่อ 10 ปีก่อนคงจะลำบาก ดีที่มีลูกช่วงนี้ หุหุ ใครเลี้ยงลูกเล็กอยู่ตอนนี้แล้วเบื่อๆ ก็สามารถเอาไอทัชมาเป็นตัวช่วยได้นะครับ แต่ก็ต้องแยกให้ถูกว่าเล่นไอทัช หรือเลี้ยงลูก ถ้าแยกไม่ถูกอาจจะทำให้ความสามารถในการเลี้ยงลูกลดลง หรืออาจเกิดอันตราย หากมัวแต่เล่นแล้วลืมดูแลลูก
สุดท้าย เรื่องรอยที่ฝาเครื่องด้านหลัง ผมซื้อแจ๊คเก็ต(ช่างที่ร้านเขาเรียกว่าอย่างนั้น) แบบแข็ง เพราะซิลิโคนผมว่ามันไม่สวย (ต้องซิลิโคนของ i-skin สวยมาก ราคาค่อนข้างสูง แต่ของดีราคาถูกมีน้อยมาก กำลังจะฝากน้องซื้อกลับมาจากเมืองนอกสัก 2 อัน)ตอนนี้รอยกันได้เกือบ 80% แต่เคสแข็งๆ นี้เริ่มเก่า มันก็ทำให้ไอทัชดูแย่ลงไปนิดนึง แต่ข้างในไม่เป็นรอยก็ต้องยอม แอบชมเจ้าหน้าที่ mcc เขาแนะนำให้ซื้อ adapter ชาร์จกับไฟบ้าน ทีแรกก็คิดอยู่ไม่จำเป็นมั้ง แต่ก็ซื้อมาด้วย ปรากฎว่าคุ้มจริงๆ ไม่งั้นต้องคอยเปิดชาร์จกับคอมพิวเตอร์ให้วุ่นวาย เล่นเกมส์ต่อเนื่องได้เต็มที่ 3 ชั่วโมง ถ้าเกมส์กราฟฟิคหนักๆ ก็ 2 ชั่วโมงกว่าๆ
จบแล้วครับ ขอบคุณที่มีพื้นที่ให้คอมเม้นท์…ที่ยาวไปสักหน่อย
ผมเพิ่งจะทราบมาว่า iPod Touch รุ่นใหม่ที่ออกมา มีความจุสูงสุดถึง 64Gb แล้ว
เพิ่มเติมเรื่องกล้อง และไมโครโฟนเข้ามาด้วย.. ค่อนข้างตอบโจทย์อะไรหลายๆ อย่างได้ดีทีเดียวเลยครับ.. เสียดายมากๆ ที่อดใจรอไม่ไหว..
ผมอาจจะซื้อของเยอะบ้าบอนิดหน่อย.. ผมมีทั้ง Netbook ซึ่งจริงๆซื้อมาเพราะว่า Notebook ตัวเดิมที่มีมันเริ่มพัง ตอนนั้นตัดสินใจว่าจะซ่อมดี หรือว่าจะซื้อใหม่ดี..
ก็เลือกที่จะซื้อใหม่เป็น Netbook โดยที่มันสามารถตอบโจทย์เรื่องขนาดของเครื่องได้ดีกว่า เล็กกว่า เบากว่า สะดวกสำหรับพกพา และผมก็พกไปทุกที่ที่เดินทางได้..
สำหรับ iPod Touch ที่ซื้อมา เพื่อตอบสนองความสะดวกในการพกพาที่มากขึ้นไปอีกขั้น.. ตอนทำงาน ผมต้องเดินไปเดินมาเยอะมากๆ ในที่ทำงาน แทบจะไม่ได้อยู่กับโต๊ะทำงานเลย แล้วผมก็ไม่มีเครื่องพิมพ์อยู่บนโต๊ะด้วย เวลาที่จะเอาข้อมูลไปให้ใคร ก็ต้องจดลงกระดาษ หรือว่าต้องไปหาเครื่องพิมพ์ พิมพ์ออกมาบนกระดาษ..
ใช้ iPod Touch สะดวกมาก.. โดยเฉพาะตอนนี้ผมใช้โปรแกรม Pocket Informant จัดการพวก Todo List และ Calender ซึ่งมันสามารถ Sync กับเครื่อง PC ผ่านบริการของ Toodledo และ Google Calender ได้..
ทั้งหมดนี้ ทำงานผ่านเครือข่าย Wifi ที่ผมวางเอาไว้ทั่วพื้นที่ของที่ทำงาน แบบว่า สะดวกบรรลัยเลย..
ไว้พอความคิด ความชำนาญเกี่ยวกับการใช้งาน Pocket Informant และการ Sync เข้ากับ Toodledo และ Google Calender และ Outlook ตกตะกอนสักหน่อย จะเอามาเขียนเล่าสู่กันฟังอีกครับ..
คุณ OHM4U ครับ เท่าที่ทราบข้อมูลมา
ipod touch ตัวใหม่ที่พูดถึง มันไม่มีกล้อง และก็ไม่มีไมค์ด้วยครับ
ที่เพิ่มขึ้นคือมี CPU ที่เร็วเทียบเท่ากับ iPhone 3GS
และมีกราฟฟิคการ์ดที่ดีขึ้นเฉพาะในรุ่น 32 และ 64 GB ครับ
รูปร่างไม่เปลี่ยนแปลงครับ อย่าเสียดายครับถ้าซื้อ gen2 มาแล้ว
เพราะไม่ได้แตกต่างอะไรมากมาย
จริงด้วยครับ ..
iPod Touch ตัวใหม่ ยังไม่ใช่รุ่นที่มีกล้อง และไมโครโฟนในตัว,
ยังคงเป็นรุ่นที่เป็นเพียงแค่ข่าวลืออยู่เท่านั้นเอง..
แต่ว่ารุ่นใหม่ แถมหูฟังที่มีรีโมทและไมโครโฟนในตัว.. ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก
เรื่องใหญ่ที่สุดคงจะเป็นเรื่องของราคาที่ถูกลงมาอย่างน่าเจ็บใจเท่านั้นแหละ..
ของผมรู้สึงไม่ดีที่รอยด้านหลังมากกว่าอ่ะครับ
ยิ่งใช้ยิ่งเป็นรอย พอไปถามพนักงานที่ร้าน iBeat
เค้าก็บอกว่า ไม่สามารถเปลี่ยนกรอบอลูมิเนียมได้
เครียดเลย ทำไงดี ขนาดเช็ดตัวเครื่องตัวผ้า microfiber
ที่แถมมากับฟิล์ม Capdase ยังเป็นรอยนิดนึงเลยอ่ะ
โอย เครียด ใครมีวิธีกำจัดรอยๆได้ บอกด่วน
จริงๆ มันก็เอาพวกเครื่องขัดมัน มาขัดก็ได้ครับ
แต่ว่าต้องจับตัว iPod ให้ดีๆ ด้วย
เพราะว่าเครื่องขัดมัน มันพลังรุนแรงมาก
(กำลังพูดถึง ระดับโรงงานอุตสาหกรรม)
ที่ไม่แน่ใจคือ ถ้าขัดแล้ว ข้อความที่อยู่
ด้านหลังของตัวเครื่อง จะหายไปรึเปล่าน่ะสิ
โอวว พ่น Powder coat เป็นวิธีที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ
iPod Touch ของผมจะได้ดูใหม่ขึ้นมาบ้าง