9 December 2009คนตกงานมากมาย จริงหรือ?

ไม่ว่าจะดูทางจอทีวี อ่านข่าวทั้งจากนิตยาสาร หนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่วิทยุก็ตาม ก็มักจะบอกว่าเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองตั้งแต่ปีที่แล้วทำให้เกิดภาวะคนตกงานเยอะแยะมากมายก่ายกอง องค์กรต่างๆหยุดจ้างมากมาย ผมว่ามันก็จริงครึ่งหนึ่ง และที่ไม่จริงครึ่งหนึ่งก็เพราะว่าที่โรงงานผมเองมีปัญหาขาดพนักงานทำงานหลายต่อหลายอัตรา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบัญชี ฝ่ายขนส่ง ยันไปถึงพนักงานทั่วไปที่ใช้แรงงานเลย

ปัญหาขาดแคลนพนักงานที่มีความรู้มีประสบการณ์ รวมทั้งแรงงานที่จะเข้ามาทำงานในโรงงาน พบเจอได้แทบจะทุกหย่อมหญ้าในอุตสาหกรรมที่ผมทำธุรกิจอยู่ ทั้งโรงงานผมเองก็ดีที่ประกาศรับพนักงานแทบเป็นแทบตาย จำนวนพนักงานที่เข้าใหม่ก็ไม่เพียงพอต่อจำนวนพนักงานที่ลาออกไปทีละคน สองคน.. รวมไปถึงลูกค้าของโรงงานด้วย ซึ่งแต่ละรายก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีคน ขาดคนทำงาน .. อย่างน้อยๆ ถ้านับเอาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันนี้ รวมแล้วขาดแคลนพนักงานทำงานอย่างน้อยๆก็ 100-200 คนแล้ว และผมก็คิดว่า ธุรกิจอื่นๆอีก น่าจะสามารถระบุได้ว่าเมืองไทยมีตำแหน่งว่างงานให้เข้าไปทำงานมากกว่า 100,000 – 200,000 ตำแหน่งเลยทีเดียว

แต่ผมคิดว่า เดี๋ยวนี้ คนไม่ค่อยสู้งาน เรื่องมาก เลือกมาก ต้องทำงานสบาย เข้างานสายเลิกงานเร็ว ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ วันหยุดเยอะๆ สวัสดิการดีเลิศ และก็เงินเดือนมากมายมหาศาล … งานแบบนั้นน่ะ มีเฉพาะในฝันเท่านั้นแหละครับ .. โอเค ผมอาจจะพูดเว่อร์ไปนิด แต่ว่าผมฟันธงได้เลยว่า ประมาณ 70% ของตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ตามที่บอก มันไม่ได้เป็นแบบนั้นแน่นอน..

สาเหตุที่ผมบอกว่า มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ก็เพราะว่า เค้าขาดคนทำงานยังไงล่ะ.. งานมันเยอะกว่าจำนวนคนที่มี งานมันเยอะกว่าเวลาที่มี ดังนั้นไม่ว่ายังไงในสภาพที่ขาดแคลนแรงงานแบบนี้ก็ต้องเจอกับงานที่เร่งรัด เครียดมากๆ ต้องเข้างานเช้ามากๆ และเลิกงานสายมากๆ แน่นอน..

อ้าวถ้าแรงงานขาด ก็ต้องง้อแรงงานสิ ไม่ใช่ว่าต้องให้แรงงานเข้าใจความลำบากขององค์กร.. จะบอกอย่างนั้นก้ไม่ถูกเช่นกัน เพราะถ้ามัวทำเป็นหยิ่ง เลือกงานอยู่อย่างนี้ ตัวเลขของแรงงานที่ตกงาน ก็จะยังเยอะแยะล้นหลามอยู่ดี แล้วเมื่อไหร่ปัญหาแรงงานตกงานเพราะพิษเศรษฐกิจจะลดลงสักที..

แล้วตกลงว่า ปัญหานี้มันคือ ปัญหาคนตกงาน หรือปัญหาแรงงานขาดแคลน หรือปัญหาคนเรื่องมาก เลือกมาก กันแน่ล่ะเนี่ย ?


Tags: , , ,
มีคนชมทั้งหมด 995 ครั้ง
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

5 Responses to “คนตกงานมากมาย จริงหรือ?”

  1. Wit says:

    เดี๋ยวเขียน blog สะท้อนมุมมองของคนตกงานโต้ตอบซะดีมั๊ยเนี่ย :)

  2. chin says:

    เหอๆๆๆ เข้ามาเมนท์กันหน่อย แหม จะว่าไปแล้วการตกงานหรือไม่มีงานทำก็เป็นเรื่องของกรรมด้วยเหมือนกันนะ ก็ขนาดเรายังต้องรองานนานๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กว่าจะได้งาน สมัครไปก็หลายที่ แต่ไม่มีใครสนใจเลยซักคน พอบทจะได้งาน มันก็มาเป็นพรวน ไม่รู้จะเอาไงดี บางทีงานที่ได้ก็ไม่เหมาะกับเราก็มี เพราะว่าด้วยสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ และมีผู้บังคับบัญชาที่ไม่ได้เรื่องก็มี 555 แต่หลังจากเดินเต๊ะฝุ่นอยู่นานก็ได้งานที่คิดว่าพอจะทำได้ ก็ดันทำได้มาตั้ง 1 ปีแล้วอ่ะ พอกลับมาคิดว่าเราทำไรไปบ้างใน 1 ปี ดันคิดไม่ออก เพราะเหมือนงานมันจะไร้สาระแต่ก็ได้สาระอ่ะ บางทีก็คิดอยากจะย้ายงานเหมือนกันนะเนี่ย แหมๆ ก็เห็นคนอื่นเค้าทำงานใกล้บ้าน ไม่ต้องเจอรถติด แถมยังต้องมีค่าใช้จ่ายอีกจิปาถะ ก็ยังคิดอยากจะกลับบ้านเหมือนกันนะเนี่ย แต่ยังก่อน stop stop stop เพราะยังต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปอีกสักพักก่อนนะ TT เอ๊ะ ว่าแต่เราบ่นไรไปเนี่ย อย่าว่ากันนะ เหมือนจะบ่นไปตามประสาคนมีงานทำอ่ะ

  3. ลูกค้าเก่า says:

    คนไทย พ่อ แม่ จะ สั่งสอน ลูกๆว่า “โตขึ้นให้เป็น เจ้าคน นายคน นะ” แต่สมัยนี้ เด็กๆไม่ เคยใส่ใจ อนาคตของตนเอง วันๆ ก็คอยตามดู นักร้องนักแสดง อยากเด่นอยากรวยอยากสบายๆ อยากเป็นนายคน มีอิสระเต็ม ไม่ เคารพพ่อแม่ ไม่สนใจสังคม ขอให้ตัวเองได้ ในสิ่งที่ต้องการพอ ไม่สนใจวิธีการที่จะได้มา ถ้า ใส่ สูตรโกงได้ ก็จะใส่ เอาแบบง่ายๆ สนองใจตน ก็พอแล้ว… สมัยก่อน แห่มาทำงาน ก่อสร้าง แล้วต่อมา ก็ แห่ไปเข้าโรงงาน ตอนนี้ แห่ไปเป็นนักร้องนักแสดง นักข่าว งานที่ เคยทำก็เลย ต้องให้ ต่างด้าวทำแทน ดูแล้ว โก้หรู เหมือนไทยเป็นแบบ ยุโรป อเมริกา ที่ งาน ง่ายๆ ล้างจาน กรรมกรใช้แรง ให้ พวก คนเอเซียทำ ไง นี่เป็นแค่ สาเหตุ เล็กน้อย ที่คนไทย ในภาคแรงงาน หายไป เพราะ ค่านิยมโก้หรู โดนคนบ้านเดียวกันดูถูกแล้ว ยอม ทำงานง่ายๆทั่วไป ไม่ได้
    วิธีแก้ ค่านิยม นี้ ผมไม่มีความรู้ ที่จะ แนะนำได้… ขอบคุณที่ กรุณาอ่าน

    • OHM4U says:

      ผมไม่เห็นด้วยนัีกที่จะสรุปว่า ทั้งหมดที่คุณให้ความเห็นมา จะเรียกว่า “ค่านิยม”

      แต่ ทุกเรื่องราว ทุกตัวอย่างที่คุณแสดงความคิดเห็นมา เป็นความจริงล้วนๆ ที่พบได้
      รู้สึกได้ ทั้งกับตัวเอง คนใกล้ตัว และผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผมหลายๆคนด้วย

      ไม่อยากจะให้สรุปว่า การไปเป็นดารา นักร้อง นักแสดง นักข่าว เป็นเรื่องที่ไม่ดี
      แต่ “การแห่” ไปเป็น ไปทำงานด้านนั้นๆ สิ ผมว่ามันคือปัญหา..

      ถ้าจะคิดไป ก็ต้องโทษระบบการศึกษาไทยด้วย ที่ให้สัดส่วนของแต่ละวิชาชีพไม่สมดุล
      ในช่วงที่ผมเข้ามหาลัย เป็นช่วงที่คนแห่กันไปเรียน นิเทศน์ศาสตร์ กันอย่างบ้าเลือด
      กลุ่มคนที่เรียน วิศวะฯ วิทยาศาสตร์ กลับไม่ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากเท่ากับกลุ่มแรก

      และสุดท้าย ผมเห็นด้วยเหลือเกิน กับคำว่า สูตรโกงได้ ค่านิยมโก้หรู
      มีให้เห็นทุกมุมถนนจริงๆ และดูเหมือนว่าสื่อเมืองไทยก็สั่งสอนให้คนไทยเป็นแบบนั้น
      จนผมก็เผลอคิดอยากทำตามเค้าเหมือนกัน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะรากฐานมันก็ยังไม่ใช่

      ชอบความคิดเห็นนี้มากๆครับ เยี่ยมๆๆๆๆ

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree Plugin

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes