Audax 200BRM Pattani

กิจกรรมการปั่นจักรยานทางไกล 200 กิโลเมตร ถูกจัดขึ้นที่จังหวัดปัตตานี, สร้างความฮือฮา ตื่นเต้น ให้กับหลายๆคน ทั้งคนในจังหวัดปัตตานีเอง ซึ่งไม่กิจกรรมปั่นจักรยานใหญ่ๆแบบนี้ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี, และสำหรับคนนอกจังหวัด ที่ต่างตั้งข้อสงสัยมากมาย ว่า ปั่นจักรยานในจังหวัดปัตตานี เป็นไปได้จริงๆหรอ ปลอดภัยไหม ฯลฯ, กิจกรรมที่ชื่อ Audax ซึ่งเป็นกิจกรรมระดับโลก มีการจัดกิจกรรมในหลายๆประเทศทั่วโลก มาเกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้อย่างไร, ในฐานะผู้จัด ผมจะเล่าให้ฟัง

Audax เป็นกิจกรรมการปั่นจักรยานทางไกลกึ่งท่องเที่ยว กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศษ และคนไทยโดยกลุ่มคนที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า Audax Randonneurs Thailand (ART) ได้เป็นผู้รับสิทธิ์จัดกิจกรรม เป็นผู้ดูแลกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเมืองไทย และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทย จนทุกวันนี้กลายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยเป็นอย่างมาก

รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับ Audax ดูได้ที่ www.audaxthailand.com

ทางพี่ชายของผม มีโอกาสได้รู้จักกับกลุ่ม ART ได้พูดคุยกันสนุกๆ แหย่กันไปแหย่กันมา ถามทีเล่นทีจริงว่าจะจัดรายการ Audax ที่ปัตตานีได้ไหม, พี่ชายผมเขาก็มาถามผมว่าเอาไหม, พอดี๊ พอดี ผมมีความอยากอย่างแรง, ผมชอบการปั่นจักรยาน Audax มาก ชอบทั้งวัฒนธรรม ประเพณี กฏกติกา, และปีก่อนหน้านี้ได้จัดการแข่งขันจักรยานครั้งแรกของจังหวัดที่ชื่อว่า Pattani Signature Ride ซึ่งรู้สึกขัดใจในรายละเอียดหลายอย่าง, คำถามว่า จัด Audax ไหม – ผมตอบ ‘เอาดิ’ ‘เมื่อไหร่ดี’ ตกลงทันที

แล้ว เราก็เอาชื่อกลุ่ม ‘Very Forty – Cycling Spirit‘ ตั้งเป็นชื่อกลุ่มผู้จัด สำหรับการจัดปั่นจักรยาน Audax

เส้นทาง 200 กิโลเมตร

การกำหนดเส้นทางปั่น ให้ได้ระยะทาง 200 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร, แต่โจทย์ที่สำคัญ 3 ข้อ สำหรับผม คือ สนุก, นักปั่นไม่ขี้โกงลัดเส้นทางได้ง่าย, และปลอดภัย…

ผมเริ่มร่างแผนที่ปั่น บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทีละนิด โดยยึดแนวทางมาจากเส้นทางปั่น Audax ที่จัดในจังหวัดอื่นๆ ควบคู่ไปกับความต้องการนำเสนอบรรยากาศของจังหวัดชายแดนใต้ให้นักปั่นจากจังหวัดอื่นๆได้ชื่นชม

ทั้งวางแผนเส้นทางปั่นบนคอมพิวเตอร์, ปรึกษาผู้ที่ชำนาญเส้นทางในแต่ละพื้นที่, รวมไปถึง ออกปั่นบนถนนด้วยตัวเอง ตากแดด ตากฝน รวมระยะทางปั่นค้นหาเส้นทางแห่งความสนุกไม่ต่ำกว่า 400 กิโลเมตร, แผนที่ปั่นระยะทาง 200 กิโลเมตรที่ออกแบบไว้มีมากกว่า 15 เส้นทาง – สุดท้ายก็ฟันธงเส้นทางปั่นออกมาได้

audax-200-pattani-map
เพื่อนผมแซวว่า เป็นรูปคนถือธงโบกให้เข้าปั๊มน้ำมัน

กว่าจะมาเป็นแผนที่ปั่นจริงที่เห็นนี้ ผมปั่นวนในพื้นที่จังหวัดยะลามากกว่า 100 กิโลเมตร, เช่นกันกับพื้นที่จังหวัดสงขลาอีกมากกว่า 100 กิโลเมตร – ก่อนหน้านี้อยากจะให้ปั่นลัดเลาะถนนในจังหวัดยะลา, และลัดเลาะถนนส่วนหนึ่งในอำเภอจะนะจังหวัดสงขลา – แต่ในที่สุด ความต้องการสูงสุดอย่างหนึ่ง คือ ความสูงไต่รวมของทั้งเส้นทาง ที่ไม่อยากให้ต่ำกว่า 800 เมตร, กับ ความยากลำบาก ซึ่งควรเป็นรสชาติที่ต้องใส่เข้าไป จึงได้เลือก ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว และเส้นทางที่รังสรรค์เอาไว้ต่อจากนั้น เป็นเส้นทางที่ พลาดไม่ได้ – บอกได้เลยว่า นี่จะเป็นเส้นทางของมือใหม่ที่ไม่ใช่เส้นทาง Audax ระยะทาง 200 กิโลเมตร ที่ง่ายที่สุดในประเทศแน่นอน

แผนที่ Audax 200BRM Pattani ในเว็บไซต์ RideWithGPS
แผนที่ Audax 200BRM Pattani ในเว็บไซต์ RideWithGPS

คำอธิบายรายละเอียดเส้นทาง

ปัตตานี ปั่นจักรยาน

ภาพที่ 1 จุด Start ถึง Check Point 1 – ระยะทาง 52 กม.

เราเริ่มต้นปั่นกันที่ มอ.ปัตตานี นะครับ, นักปั่นทุกๆท่าน จะต้องมาลงทะเบียน เพื่อรับ”ใบพาสปอร์ต” และ “คิวชีท (cue sheet) เพื่อใช้ในกิจกรรมการปั่น

ทางทีมงานจะปล่อยตัวนักกีฬา ให้เริ่มปั่นออกจากจุด Start เวลา 7 โมง ไม่สามารถปั่นออกไปก่อนเวลาได้นะครับ, และใครที่มาช้า ไม่ต้องเป็นกังวลครับ เวลาช้าที่สุดที่คุณสามารถออกจากจุด Start ได้ ก็คือ 8 โมง ครับ

เราใช้ไมล์จักรยานเป็นตัวหลักในการสอบวัดผลการปั่นทางไกล ทุกคนต้อง reset ระยะทางไมล์จักรยานให้เป็น 0 ก่อนนะครับ

จากจุด Start ให้ปั่นออกจาก มอ. ไปยังถนนที่ เราเรียกกันภาษาปากว่า ถนน หลังมอ. ถ้าไปไม่ถูก ก็ตามเขาไป ถ้ามาช้าและไม่มีใครให้ตาม ก็ถามคนแถวๆนั้น ว่า “สนามกีฬากลาง” ไปทางไหน … เมื่อคุณหาทิศ ได้ถูกต้องแล้ว ก็ปั่นไปตาม cue sheet ได้เลยครับ

เส้นทางของเรา จะพาคุณไปข้ามสะพานสูง ข้ามแม่น้ำปัตตานี, พาคุณผ่านพื้นที่ ที่จะเห็นนาเกลือเต็มไปหมด, พอพ้นนาเกลือ ก็จะถึงถนนใหญ่ เราต้องเลี้ยวไปตามถนนใหญ่ เพื่อไปยังทางแยกที่จะนำเราไปจังหวัดยะลาครับ ถึงจุดนี้เราจะปั่นมาแล้วประมาณ 12 กม. ครับ

เส้นทางไปจังหวัดยะลา เรียกเส้นทางนี้ว่า เส้นทาง อำเภอยะรัง, สองข้างทาง จะมีร้านขายลูกหยี เป็นของดีแถวๆนี้ รวมไปถึงส้มโอด้วยครับ

เราปั่นต่อไปเรื่อยๆ 30-40 กม จนถึงเมืองยะลา แล้วเราจะเลี้ยวไปทางสถานีรถไฟยะลา ซึ่งจุดนี้จะมีอาคารสีรุ้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟยะลา เราจะเลี้ยวไปทางถนนพิพิธภักดี ผ่านวงเวียนหอนาฬิกา วงเวียนหลักเมือง แล้วจะตรงเข้าไปสวนขวัญเมือง

ที่สวนขวัญเมือง เป็นจุด Check Point แรกของเรา, หน้าร้านจักรยานที่ชื่อว่า แบร์ไบค์ เราจะไปตั้งจุด Check Point 1 ที่ตรงนั้นครับ

ที่จุด Check Point จอดจักรยาน, เอาไมล์จักรยานออกมา ถือมาหาเจ้าหน้าที่ ที่จุด Check Point พร้อมกับ “ใบพาสปอร์ต” ครับ

จุดนี้ ทุกๆท่าน ควรจะได้เลขไมล์ระยะทางไม่น้อยกว่า 52 กม. นะครับ ใครได้ระยะทางน้อยกว่านั้น เจ้าหน้าที่จะไล่ให้ไปปั่นรอบสวนให้ได้ตามระยะทางนะครับ

สำหรับ Check point แรกนี้ เชื่อว่านักปั่นจะเข้ามาถึง เป็นจำนวนมาก การดำเนินการอาจจะช้าเพราะนักปั่นเข้ามาเป็นจำนวนมาก

และเนื่องจาก Check point ของเรา เป็นร้านจักรยาน นักปั่นทุกท่านที่จักรยานอาจมีข้อบกพร่อง สามารถจัดการแก้ไขได้ที่จุดนี้ครับ

ปัตตานี ปั่นจักรยาน

ภาพที่ 2 Check Point 1 ถึง Check Point 2 – ระยะทาง 41 กม.

เส้นทางนี้ จะพาคุณ ปั่นไปทางราบเรียบ ซึ่งเป็นเส้นทางที่นิยมของนักปั่นท้องถิ่น ถึงแม้ราบเรียบ แต่ก็มีสะพานข้ามแยกเพียบนะครับ

เส้นนี้มีจุดที่ต้องระมัดระวัง อยู่เล็กน้อย คือ

1. ออกจากสวนขวัญเมือง ถ้าคุณออกจากสวนขวัญเมืองผิดทาง ถนนที่ไม่ถูกต้อง จะพาคุณไปที่อื่น …. ถ้าไม่แน่ใจ ถามคนแถวนั้นครับ “หาดใหญ่ ไปทางไหน” เส้นทางที่ใกล้ที่สุด จะเป็นเส้นทางสายนี้ครับ

2. มีการซ่อมแซมถนนอยู่ช่วงหนึ่ง โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้ถนนครับ

เส้นทางนี้ จะมีร้านสะดวกซื้อร้านสุดท้าย คือ 7-11 ที่อยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถ้าจะตุนอาหารน้ำดื่ม ก็จัดให้เรียบร้อยก่อนที่จะต้องปั่นยาว 30-35 กม. ก่อนที่เราจะไปถึง Check Point ที่ 2 ครับ

Check Point ที่ 2 ของเรา เป็นปั๊มน้ำมัน ที่มีร้านสะดวกซื้อ คือ BigC mini, มีร้านกาแฟอินทนินท์, จุดนี้เราสามารถพักเก็บแรงได้ครับ

ที่จุด Check Point ที่ 2 นี้ นอกจาก ร้านกาแฟ และร้านสะดวกซื้อ เราจะเตรียมของว่าง กล้วยหอม เอาไว้เติมพลังให้แก่นักปั่นครับ

ปัตตานี ปั่นจักรยาน

ภาพที่ 3 Check Point 2 ถึง Control Point 1 ระยะทาง 24 กม.

เป็น 24 กม. ที่เก็บความยากเย็นแสนเข็นเอาไว้ช่วงท้ายสุด คือ เส้นทางปั่นขึ้นน้ำตกทรายขาวครับ ระหว่างทางมีเนินบ้างแต่ไม่หนักหนาสาหัสครับ

เราจะออกจากปั๊มน้ำมันบางจาก, ไปตามเส้นทางถนนสายเอเซีย, แล้วเลี้ยวเข้าเส้นทางชุมชน ที่ปากทางเข้าจะมีป้อมตำรวจทางหลวงอยู่ครับ …. ถนนชุมชนนี้ 2 ข้างทางจะมีต้นไม้ครับ, ช่วงเวลาที่จะถึงแถวๆนี้ อาจจะเป็นเวลาประมาณ 10 โมง ไปจนถึงเที่ยง น่าจะไม่ทำให้รู้สึกร้อนมากมายครับ

เมื่อเราปั่นกันไปจนสุดถนน เราจะเจอกับถนนหน้าสถานีรถไฟโคกโพธิ์ ตรงจุดนี้เราต้องลัดเลาะนิดหน่อย เพื่อเข้าอีกซอยหนึ่ง ที่จะนำพาเราไปยังน้ำตกทรายขาวครับ – ถ้าไปไม่ถูก ก็ถามคนแถวนั้นครับว่า “น้ำตกทรายขาวไปทางไหน”

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงมาจากจุด Check Point 2, ท่านสามารถหาข้าวเที่ยงทานได้ในบริเวณใกล้ๆกับสถานีรถไฟโคกโพธิ์ครับ – หากหลุกไปจากจุดนี้ นอกเหนือจาก Control Point ที่เราจะจัดเตรียมอาหารเอาไว้ (แต่อาจจะไม่พอที่จะทำให้นักปั่นบางท่านอิ่มได้เต็มที่ครับ)

เส้นทางขึ้นน้ำตกทรายขาวเส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือ เส้นทางที่เราเตรียมเอาไว้ให้ครับ

เราจะหืดขึ้นคอเพียงช่วงสั้นๆทางก่อนขึ้นน้ำตกทรายขาวครับ ปั่นไม่ไหว ก็เข็น ไม่ต้องซีเรียสครับ ไม่ได้ไกลมาก

ที่จุดน้ำตกทรายขาว เล่นน้ำได้นะครับ ลดอุณหภูมิร่างกาย เตรียมตัวให้พร้อมเต็มที่ ก่อนจะปั่นกันในช่วงสุดท้ายอีก 70+ กม.

ปัตตานี ปั่นจักรยาน

ภาพที่ 4 Control Point 1 ถึง Control Point 2

Control Point 2 เป็น 7-11 สะบ้าย้อยนะครับ, ท่านต้องเข้าไปซื้ออะไรสักอย่าง แล้วนำ สลิปท์ 7-11 ที่ถูกต้อง มาให้เจ้าหน้าที่นะครับ, ในสลิปท์ 7-11 จะระบุ ชื่อสาขา, วันที่ และเวลา … นักปั่นไม่สามารถเอาสลิปท์จากที่อื่นมาทดแทนได้นะครับ

จากน้ำตกทรายขาว, ทางลงน้ำตก เป็นทางลาดชัน มีโค้ง อันตรายมากครับ ให้นักปั่นระมัดระวังอย่างถึงที่สุดครับ

เราจะพาท่านปั่นไปยังสะบ้าย้อย – เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางสนุก คือ จะมีเนินเขา เป็นระยะ ขึ้นเขาลงเขาสนุกครับ – สองข้างทางมีต้นไม่ร่มรื่นครับ มีร้านขายของชำบ้าง แต่ไม่มากนัก

สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด นอกจากทางลงน้ำตกทรายขาว ก็จะเป็นทางแยกต่างๆ ที่อาจจะพาคุณหลงไปที่อื่นได้ครับ, ให้อ่าน cue sheet ให้ดี, ดูแผนที่กันให้ดี และถามทางกันให้ถูกต้อง เพื่อจะไม่ได้หลงทางกันครับ ….”สะบ้าย้อยไปทางไหน”

เมื่อถึงสะบ้าย้อย ถนนข้างหน้า 7-11 ที่เราจะเข้าไปซื้อนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการทำถนนปรับปรุงเส้นทางครับ, เราต้องข้ามถนน ไปยัง 7-11, ต้องระมัดระวัง ครับ เพราะจุดนี้จะไม่มีสัญญาณไฟจราจร ระมัดระวังรถยนต์ที่สัญจรไปมาครับ

ที่ 7-11 นี้ แนะนำให้พักผ่อน เติมพลังให้เต็มที่ครับ เพราะเส้นทาง 25 กม. ต่อไปจากนี้ เป็นเส้นทางราบเรียบ ที่จะมีแต่”ลม” ถ้าโชคดีก็ลมสงบ ถ้าโชคร้าย ก็เตรียมหมดแรงกันได้เลยครับ

ปัตตานี ปั่นจักรยาน

ภาพที่ 5 Control Point 2 ถึง Check Point 3

จากสะบ้าย้อย เราจะปั่นกันไปถึงสถานีรถไฟเทพาครับ

ทางเส้นนี้ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่า ลม เราจะตรงไปตลอดเส้นทางครับ, มีร้านค้าอยู่บ้างครับ,

ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ถนนเป็นถนนแคบ 2 เลนสลับกับ 4 เลน, และต้องระวังรถยนต์ต่างๆครั

เมื่อถึงช่วงเทพา เราจะปั่นจักรยานข้ามรางรถไฟ แล้วก็เลี้ยวไปทางที่เป็นถนนลูกรัง(ไม่ใช่ถนนลาดยางว่างั๊นเถอะ) เราจะปั่นเรียบทางรถไฟครับ เป็นทางที่ใกล้ที่สุด ที่จะไปยังสถานีรถไฟเทพาครั

บริเวณใกล้เคียง Check Point สถานีรถไฟเทพา จะมีร้านค้า อาจจะมีตลาด นักปั่นสามารถพักเอาแรง เติมพลังงานกันเต็มที่ได้ที่จุดนี้… เพราะเมื่อเราออกจากจุดนี้ไปแล้ว อย่างน้อยๆก็เกือบๆ 25 กม. จึงจะมี 7-11 ที่จะให้แวะพักอีกทีครับ เอาให้เต็มที่ที่จุดนี้ครับ

ปัตตานี ปั่นจักรยาน

ภาพที่ 6 Check Point 3 ถึง Finish – ระยะทาง 38 กม

สุดท้ายแล้วครับ … ช่วงที่ลำบากนิดหน่อย คือ หาทางออกไปยังถนนใหญ่สายเอเซีย ออกจากสะถานีรถไฟเทพา ใกล้นิดเดียวจะเป็นสะพานสันติภาพเทพา นะครับ ถ้าออกจากสถานีรถไฟเทพา แล้วยังไม่เจอสะพาน แสดงว่าไปผิดทางแล้ว …

เมื่อเราออกถนนสายเอเชียได้อย่างถูกต้อง เราต้องกลับรถ เพื่อกลับไปยังไปัตตานีครับ

อย่าลืมนะครับ เราไปปัตตานี ดูตามป้ายอย่างเดียวเลยครับ

ช่วงนี้จะเป็นทางราบ เรียบ ยาวไปเรื่อยๆ … อาจจะมี “ลม” ถือเป็นจุดเด่นของเส้นทางจังหวัดปัตตานีครับ ลมแรง

เมื่อกลับมาถึงปัตตานี เราก็จะตรงไปยังจุด Finish (ที่เดียวกับจุด Start) ที่ มอ.ปัตตานี ครับ…

นอกเหนือจาก การออกจากสถานีรถไฟเทพา ที่อาจจะลงทิศทางบ้าง, ก็จะมีเรื่องของการระมัดระวังรถยนต์ที่สัญจรไปมาเป็นเรื่องที่ต้องแนะนำเป็นพิเศษครับ

สำหรับท่านที่อาจจะปั่นช้า และต้องผ่านเส้นทางช่วงนี้หลัง 6 โมง แนะนำให้เตรียมไฟหน้า ไฟหลังมาให้ดีครับ เพราะถนนจะมืดเนื่องจากไฟถนนค่อนข้างห่างกันครับ (ตามแบบฉบับของถนนใหญ่ข้ามจังหวัด)

ออกจากสถานีรถไฟเทพา จุดวะพักถัดไปจะเป็น 7-11 ในปั๊มน้ำมัน ปตท ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟเทพาออกไปอีกประมาณ 25 กม.ครับ นักปั่นสามารถพักเติมแรงได้ ก่อนที่จะปั่นต่ออีกประมาณ 12-15 กม. เพื่อเข้าจุด Finish

ช่วงเส้นทางปั่นเข้าจุด Finish จะเป็นช่วงเมืองปัตตานีครับช่วงเย็นเมืองปัตตานีจะครึกครื้น เต็มไปด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สัญจรไปมา ให้ระมัดระวังกันด้วยครับ

มาให้ถึงจุด Finish พร้อมกับสลิปท์ 7-11 สะบ้าย้อย ปั๊มตราประทับลงบน “ใบพาสปอร์ต” ถือรูปกับป้ายไวนิลที่เราจัดเตรียมไว้ให้ แล้วก็ได้เวลาแบกความสุขกลับบ้านกันครับ

TEST-RUN

ไม่น่าเชื่อว่าการจัด Test-Run จะได้รับการตอบรับจากนักปั่นมากมาย, ตั้งแต่เสื้อที่ทำขึ้นมาแบบ Limited Edition ก็ขายหมดตั้งแต่ก่อนวันจัดงาน (ทำมาจำนวนไม่มาก), ไปจนถึงจำนวนผู้ปั่น ซึ่งมีผู้ปั่นที่ไม่ใช่คนปัตตานีมากมายกว่าที่คิด รวมไปถึงชาวต่างชาติด้วย

เรื่องราวมากมายได้ถูกถ่ายทอดเอาไว้แบบสดๆ หน้า Facebook เพจของเรา, เรื่องราวมากมาย ภาพความประทับใจ คงจะไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดได้, รูปภาพต่างๆเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนเล็กๆน้อยๆ ที่ผมสุ่มมาเก็บบันทึกเอาไว้ น่าจะถ่ายทอดอะไรได้ดีกว่าคำบรรยายมากมาย

ก่อนที่จะปิดจบ บันทึกนี้ จะทิ้งท้ายเอาไว้ 2-3 เรื่องครับ,

  1. ติดตามข้อมูลได้ที่ Facebook.com/V40CS
  2. ครั้งต่อไป Audax 300 กม. ปัตตานี-เขาน้ำค้าง
  3. ผมไม่ใช่คนดี ไม่ใช่พ่อพระ แม้อยากจะเป็นคนดีแค่ไหน แต่ผมก็ทนคำวิจารณ์แย่ๆไม่ได้ครับ ผมไม่จดจำและไม่สนใจไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามครับ ขออภัยที่ไม่ใช่คนเพอร์เฟคครับ

ทิ้งท้ายเอาไว้ กับ Gallery แบบสุ่มเอามามั่วๆครับ