Category: My Life
จุดเริ่มต้น : เป้าหมายด้านการงาน
ในส่วนของเป้าหมายด้านการงาน อาจจะดูน้อยไปนิด แต่ว่าแต่ละเรื่องนั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานมากๆ กว่าจะทำได้สำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาเรียนรู้งานทั้งหมดของบริษัท มันไม่ง่ายเอาซะเลย และยิ่งต้องเขียนลงในหนังสือด้วยแล้ว ยิ่งยากใหญ่, สำหรับ เป้าหมาย 5 ข้อนี้ ผมคาดหวังเอาไว้ว่า มันจะเปลี่ยนคำว่างาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผม ไม่ได้บอกตัวเองว่า “รัก” กลายเป็นความตื่นเต้น ท้าทาย และชอบมันขึ้นมา
จุดเริ่มต้น : เป้าหมายด้านงานอดิเรก
ในส่วนของเป้าหมายกลุ่มนี้ มีเป้าหมายมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่ “รัก” และชอบทำมากที่สุด, ผมสมารถแยกย่อยออกอีก เป็น 3 กลุ่มกิจกรรม คือ 1.กิจกรรมถ่ายภาพ, 2.กิจกรรมการเขียน Blog, และ 3.กิจกรรมเกี่ยวกับดนตรี .. สิ่งหลักๆ ของเป้าหมายในกลุ่มนี้ก็คือ การสร้างผลงาน ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่ คือ การเขียนเพื่อกระจายความรู้ที่ได้ศึกษา, และที่เหลือคือการเอาผลงานอวดสู่สายตาประชาชน
จุดเริ่มต้น : เป้าหมายด้านความรู้ การศึกษา
เป้าหมายทางด้านความรู้ และการศึกษานั้น ตัวหลักจะเกี่ยวกับการอ่านหนังสือซะส่วนใหญ่ สำหรับหัวข้ออื่นๆ ก็ยังถือเป็นเรื่องยากเหมือนกันสำหรับผม เช่นการเข้าร่วมสัมนา หรืออบรม ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ซึ่งปกติ ผมจะเข้าร่วมประมาณปีะล 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง.. มาลองดูกันเป็นข้อๆ ว่า เป้าหมาย 5 ข้อ เกี่ยวกับด้านความรู้ การศึกษา มันเป็นยังไงกัน
จุดเริ่มต้น : เป้าหมายด้านสุขภาพ และร่างกาย
ก่อนที่จะเริ่มต้นเดินทาง ต้องรุ้ตัวก่อน ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหนของแผนที่ ผมจะค่อยๆ เขียนเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางของตนเองในแต่ละเรื่องที่ต้องการทำให้สำเร็จ ซึ่งจะเริ่มจากเป้าหมายด้านสุขภาพและร่างกาย ซึ่งมีเป้าหมาย 4 ข้อ เป็นอันดับแรก…
30 เรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จ ก่อนวันเกิดปีหน้า
หนังสือที่เพิ่งอ่านเมื่อคืน (WORLDCLASS : สร้างคนไทยไประดับโลก, บัณฑิต อึ้งรังษี) ได้ยกตัวอย่างการตั้งเป้าหมายระดับโลกเอาไว้ให้เห็น เป้าหมายของเค้า 67 ข้อ เค้าทำความฝันของเค้าสำเร็จไปแล้ว 49 อย่าง, ผมจะลองตั้งเป้าหมายของตัวเองดู 30 อย่าง ที่อยากจะทำให้สำเร็จ เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง ฉลองครบรอบอายุ 30 ปี.. และเป้าหมายเหล่านี้ ต้อง “ไม่ธรรมดา”
อยากเก่งด้านไหน ใครคือฮีโร่ในดวงใจ?
คืนนี้นอนไม่หลับอีกรอบ ตั้งแต่ตี 1, 2, 3 เรื่อยมา จนถึงตี 4 ก็คิดว่าพอแล้วสำหรับการอ่านหนังสือ (อ่านอย่างละเอียดทุกตัวอักษร อ่านได้ 50 หน้า), หนังสือที่อ่านในคืนนี้ คือหนังสือที่มีชื่อว่า “World Class : สร้างคนไทยไประดับโลก” ของ บัณฑิต อึ้งรังษี, ผมรู้สึกสนุก ถูกใจกับความคิดของผู้เขียนตั้งแต่ในส่วนของคำนำ ที่พยายามบอกผู้อ่านว่าให้เกียรติ และเชิดชูคนไทยด้วยกัน ก่อนที่จะมองเห็นชาวต่างชาติเป็นเทพเจ้า..
ความไม่เข้าใจ ความเสียหายขององค์กร
ลูกค้าของที่นอน PATEX ในจังหวัดปัตตานี ต้องการส่งสินค้าซ่อม ต้องการรับบริการจากเรา ต้องการซื้อบริการจากเรา มีใครก็ไม่รู้ในบริษัทบอกต่อๆไป แล้วผลที่ออกมาก็คือ ลูกค้ารับทราบว่า “ผู้บริหารบอกว่า บริษัทไม่มีนโยบายบริการลูกค้า” ให้มันได้อย่างนี้สิครับเจ้านาย… เป็นอีกวันที่โกรธมาก.. และมันทำให้โกรธมากๆ ที่รู้ว่า ต้นเหตของเรื่ือง คือภรรยาของผมเอง!
The Internet : Get Rrich Slow
หัวข้อนี้อ่านมาจากหนังสือ Time ฉบับวันที่ 27 เมษายน 52 เอามาเขียนเพื่ือตอกย้ำความคิดของตัวเองเกี่ยวกับกิจกรรมบนอินเตอร์เน็ต, ในช่วงที่ผ่านมา ผมพยายามมองหาตัวเอง มองหาสิ่งที่ตัวเองชอบ, มองหาความฝันที่ตัวเองอยากไล่ตามจับมากที่สุด, และเมื่ืออ้างอิงจากหนังสือที่ชื่อว่า Outliner (สะกดอย่างนี้มั๊ง) ตามที่ได้ยินมาว่า คนที่ประสบความสำเร็จล้นหลาม มักจะผ่านสิ่งนั้นๆ มาแล้วอย่างน้อยๆ 10,000 ชม. แล้วอะไรบ้างในชีวิตของผมที่ผมจับมาแล้ว 10,000 ชม.และตอนนี้ก็ยังจับอยู่.. นั่นคือ คอมพิวเตอร์ และดนตรี ไม่ใช่หรือ?
ไปให้ถึงระดับโลก
ผมจำประโยคในโฆษณาหนึ่งได้ (เป็นโฆษณาที่คนตีกอล์ฟ ต้องขอโทษด้วยที่จำไม่ได้ว่าโฆษณาอะไร นักกอล์ฟมืออาชีพคนไหนเป็นคนพูด) “หวดไปให้ถึงดวงจันทร์ ถึงพลาดก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว“, ที่ผมนึกถึงคำนี้ ก็เพราะว่าผมเพิ่งจะได้อ่านหนังสือชื่อว่า “ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้ : Conduct Your Dreams” ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี (บริษัทมูสิคอลซัลจำกัด : จัดจำหน่ายโดยบริษัทอัมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์) เค้าเป็นผู้ที่มีความฝัน และสานฝันของเค้าให้เป็นจริงได้อย่างที่เขาต้องการ แล้วผมล่ะ ? ผมมีความฝันอะไรบ้าง ?
กรอบชีวิต? ความสำเร็จ?
เมื่อวานนี้ไปซื้อหนังสือเล่มหนึ่งมา ชื่อว่า “กล้าเปลี่ยนแปลง : ข้ามสิ่งที่เป็นอยู่ ไปสู่สิ่งที่ต้องการ” เค้าเริ่มต้นหัวข้อของบทแรกว่า “หย่า เสียดาย” (ไม่รู้ทำไมนักเขียน เค้าเขียนไ้ด้ตรงกับคำที่ผมใช้วิเคราะห์ตัวเองจริงๆ เพราะชีวิตผมมีแต่คำว่า “เสียดาย” กับทุกสิ่งทุกอย่าง) พอได้อ่านไปหลายๆเรื่อง ก็เลย ซื้อหนังสือเล่มนี้กลับมาซะเลย (จะได้อ่านหรือเปล่า ค่อยว่ากัน)
10 Tools I can’t live without
ทดลองเขียนรายการเครื่องมือ 10 อย่าง (ที่ไม่ใช่เครื่องเขียน) ถามตัวเองว่าอะไรบ้างที่แทบจะไม่เคยขาดมือเลย เรียกได้ว่าไปไหนมาไหน ทำอะไรก็จะเป็นเครื่องมือพวกนี้, เลียนแบบบทความในหนังสือ Popular Mechnics ฉบับภาษาอังกฤษ เดือน May 2009







