Category: My Life
วันนี้ประสิทธิผลต่ำ -*-
วันนี้นับได้ว่าเป็นวันที่มีประสิทธิผลต่ำมาก เนื่องจากการตื่นค่อนข้างสาย งานที่เลือกทำในวันนี้เป็นงานทั่วไป งานตรวจสอบเอกสาร อ่านหนังสือระดมความคิดหลายๆอย่างเพื่อเตรียมสอน และก็เสียเวลาไปกับการนั่งเล่นไปเรื่อยๆ พอได้มาเขียน Blog ก็รู้สึกโกรธตัวเองจริงๆ ที่ปล่อยให้เวลาผ่านไป
แต่งร้านเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่เตรียมการมา 1 สัปดาห์ ทั้งเรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งรายละเอียดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และสุดท้ายที่การตกแต่งร้าน แปะป้ายประกาศแบบบ้านๆ ก็เป็นอันว่าหมดภาระของผมแล้ว ถือให้เป็นงานของพนักงานฝ่ายที่ดูแลร้านแล้วล่ะ
การเรียนรู้รายวัน
เรื่อง 2 เรื่องที่เรียนรู้เกี่ยวกับบริษัทในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552, คือเรื่องเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำของบริษัท และเรื่องเกี่ยวกับการใช้พอลิเมอร์สังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์สำหรับการก่อสร้างของบริษัท
สรุปการทำงานต้นสัปดาห์ที่ 5
สิ่งที่ผมทำไปแล้วก็คือการเขียนรายละเอียด ข้อกำหนดในการขาย การลดราคา และของแถม, เตรียมตัวอย่างสินค้าพิเศษที่เพิ่มเติมเข้าไปใหม่สำหรับปีนี้, ถ่ายรูปสินค้าใหม่ เพื่อทำใบโฆษณา, และตกแต่งสถานที่เพื่อสร้างบรรยากาศให้เข้ากับชื่องาน
Money-การเงิน เรื่องของวันนี้ที่ยังตึงเครียด
หมุนเงินไม่ทัน ต้องทำงาน ต้องตื่นกลางคืนทำงานเพื่อมองหาช่องทางหาเงินเพิ่ม นอกจากจะหมุนเงินมาใช้จ่ายไม่ค่อยทันแล้ว ยังมีเรื่องอนาคตที่ต้องเตรียมตัวเอาไว้ด้วย นั่นคือการเตรียมตัวสำหรับลูก บันทึกของวันนี้ผมจะลองทบทวนสภาวะทางการงานการเงิน ณ.ปัจจุบันของตัวผมเอง
The Great Italian Cafe’
ได้ดูรายการชื่อว่า The Great Italian Cafe’ ทำให้ผมนึกขึ้นมาถึงความคลั่งไคล้และชื่นชมในกลิ่น และรสชาติ ที่ผมมีต่อกาแฟ, กาแฟ วัฒนธรรมต่างชาติ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องดื่มถ้วนหนึ่ง แต่มันคือสิ่งที่ผสมผสานกันระหว่าง ศิลปะ วัฒนธรรม ที่สังคมบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างปราณีต
เมื่อครอบครัวเริ่มไม่สามัคคี
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาผมกับแฟนค่อนข้างจะทะเลาะกัน หรืออย่างน้อยๆ ก็เป็นการพยายามสร้างบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง, โดยปกติแล้วการเริ่มสร้างบรรยากาศชวนทะเลาะจะเป็นสิ่งที่ผมเริ่มก่อน เนื่องจากผมไม่พอใจสิ่งที่เธอได้ทำไป
Restart Again!
รู้สึกว่าชีวิตอืดๆ เสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง มองหาผลงานก็ไม่เจอ, ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ความเร็วในการทำงานต่ำลง ความตั้งใจต่ำลง เหมือนกับโดนไวรัสกิน อยู่ดีๆ เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา มันก็แฮ๊งค์ไปซะงั๊น ชีวิตขึ้นจอสีฟ้า ก็รู้แล้วว่า ได้เวลา Hard Reset!
ข้าวปั้น ชื่อนี้มาได้อย่างไร
มันเริ่มมาจาก หมอดูล่ะ แล้วก็ มาลงท้ายด้วยการพยายามตั้งกันเอง… เพื่อนๆผมหลายคน งง กันใหญ่ ว่าหันไปสนใจ เชื่อในเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน.. เอาล่ะจะเล่าให้ฟังตามลำดับนะ
กำเนิดข้าวปั้น
ได้เจอหน้าลูกแล้ว
วันที่ 4 กรกฎาคม 2551 เป็นวันที่นัดไว้กับคุณหมอ เพื่อที่จะผ่าคลอดครับ ดังนั้นพวกเราก็ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 3 แล้วก็ดำเนินการในวันที่ 4 ตอนเช้า ตามเวลาที่นัดหมายเอาไว้ ความตื่นเต้นของการได้พบเจอหน้าลูกชายครั้งแรก มันก็เริ่มมาจากการนอนโรงพยาบาลนี่แหละ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดคลอด ช่วงเวลาที่ผ่าตัดคลอด (เพราะว่าผมได้เข้าไปดูตอนที่ท้องเป็นรูโบ๋ ใหญ่ๆ เลือดกระฉูดด้วย) และสุดท้ายก็ การที่ได้เห็นหน้าน้อง ได้เลี้ยงน้องกันจริงๆ
ตั้งครรภ์ช่วง 4 เดือนสุดท้าย
ช่วงท้ายนี้นอกจากเราจะดูแลสุขภาพกายและใจให้ดีแล้ว เรายังเตรียมตัวกันทั้งในเรื่องทางโลก และทางธรรม หึหึ คือทั้งเรื่องการซื้อของเข้าบ้านสำหรับลูก และเรื่องดูหมอหาเวลาคลอดที่เหมาะสม รวมไปถึงเรื่องการตั้งชื่อด้วยคร๊าบ






