Hello 2016

แต่ละปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเราไม่ใช่เด็กกันแล้ว พวกเราต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ มีชีวิตในอนาคตที่คาดหวังเอาไว้ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ความสุขสบายของผู้ที่อยู่แวดล้อม ภาระหนี้สินที่แบกรับ และพวกเราก็ยังมีความฝัน มีภาพความสุขอีกมุมหนึ่งที่อยากเติมเต็มให้แก่ชีวิต พวกเราจดจ่ออยู่แต่กับเรื่องเงินๆทองๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราพัฒนาความเชื่อมั่นในใจว่ายิ่งมีเงินมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีอิสระ มีความสุขสมหวังมากขึ้นเท่านั้น และถ้าเราฉลาดยิ่งขึ้น เราจะยิ่งหาเงินได้เก่งขึ้น เก็บออมแล้วก็เอาเงินไปลงทุนให้งอกเงย การทำงานหนักทั้งหมดที่ทำลงไปก็จะผลิดอกออกผลตอนที่เราเกษียน ยิ่งทำได้ดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกษียนเร็วและเกษียนรวยมากขึ้นเท่านั้น – แต่สุดท้าย เมื่อเรามองดูผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่เรา เรากลับรู้ได้ว่า ไม่ใช่แบบนั้นเลย

ผู้ที่อุทิศตนให้กับการทำงานข้าราชการ กลับไม่ได้เงินบำเหน็ดบำนาญที่มากพอจะให้ชีวิตสบาย, คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจบางคนยังคงต้องดูแลธุรกิจของตัวเองอยู่โดยไม่มีทีท่าว่าจะวางมือได้ ส่วนหนึ่งเพราะยังมีภาระที่ไม่สามารถทำให้มันจบสิ้นได้, ผู้ที่เป็นลูกจ้าง ก็ต้องหยุดทำงานเพราะอายุมากเกิน เงินเก็บสะสมที่มีก็มิได้มากมายขนาดที่จะอยู่ได้อย่างสบาย

ทางออกคือ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆหรอ แล้วไหนล่ะ ชีวิตวัยเกษียนที่ไฝ่ฝัน เวลาว่างจากการทำงาน การได้ทำอะไรตามใจปราถนา การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก ฯลฯ

เราถูกสอนให้คิดใหม่ว่า — ระบบประกันสังคม, เงินที่สะสมผ่านบริษัทประกันชีวิต, ทั้งหมดที่ทำมาทั้งชีวิต กลับไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการรักษาตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อมูลค่าของเงินกลับน้อยลงทุกๆวัน, ระบบที่คนที่มีอายุน้อยทำงาน และคนแก่ได้รับการดูแลจากสวัสดิการของรัฐที่มีรายได้จากภาษีประชาชน มันล่มสลายไปหมดแล้ว — ความคิดเหล่านี้ ยิ่งตอกย้ำให้เราเข้าใจว่า เงินจำนวนมาก ความร่ำรวย คือ ทางออกของทุกๆเรื่อง — มันก็ถูกส่วนหนึ่ง

แต่แล้ว เราก็กลับลืมไปว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร สิ่งที่เราต้องการที่แท้จริงมันคืออะไร ประสบการณ์ที่เราอยากจะเพิ่มเติมให้แก่ชีวิตมันคืออะไร – สิ่งเหล่านี้มันถูกบดบังด้วยความทะเยอทะยานที่อยากจะร่ำรวยมากขึ้นๆ

หยุดฝันถึงอนาคตที่ดีกว่า หยุดฝันถึงกิจกรรมเติมเต็มฝันยามเกษียน แล้วลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้ดีกว่ามั๊ย อย่ามัวแต่เห็นแก่เงินจนมองไม่เห็นอย่างอื่น แล้วค่อยๆทำมันควบคู่กันไป (หาเงิน และเติมเต็มฝัน)

สิ่งที่อยากเตือนตัวเอง และผู้อ่านคนอื่นๆ คือ อย่ามัวแต่หลับหูหลับตา ทำแต่งานหาแต่เงิน จนลืมชื่นชมความงามของการมีชีวิต – ใช้ชีวิตของเราให้คุ้มค่า เราเกิดมาเพียงครั้งเดียว เราเป็นเด็ก เราเป็นวัยรุ่น เราเป็นวัยทำงาน เราเป็นผู้ใหญ่ และเป็นคนแก่ เพียงครั้งเดียว แป๊บๆเวลาก็ผ่านไป เราไม่รู้ว่าจะตายกันเมื่อไหร่ ก่อน หรือ หลัง ที่เราจะได้พบกับอนาคตที่มีความสุขที่เราฝันเอาไว้

สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ