หยุดปีใหม่นี้ สำนึกอะไรได้บ้าง
ในช่วงเวลาปีใหม่ไม่กี่วันนี่แหละ ที่ทำให้ผมได้มีเวลาหยุดคิดบ้าง ว่ามีอะไรที่พลาดไปบ้าง มีอะไรที่ขาดหายไปจากชีวิตบ้าง ในช่วงเวลาที่ชีวิตขึ้นไปสูงสุด และต่ำสุด เราเป็นอย่างไรบ้าง ได้รู้อะไร ได้ศึกษาอะไร และได้บทเรียนชีวิตอะไรบ้าง ผมก็พอจะสรุปเรื่องที่ผุดขึ้นมาในหัว ในช่วงเวลา 2-3 วันนี้ได้ดังนี้
PATEX Family ChiangMai Tour
ทริปการเดินทางครั้งล่าสุดของครอบครัว PATEX ครั้งนี้จะมีผู้ร่วมทริปไม่ครบครอบครัว เนื่องจากออร์เดอร์สั่งสินค้าล้นหลามจนแทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่รอด.. งวดนี้มีตัวผม, อ.อาร์ม, ป้าเชอร์รี่, น้องเซ็น เป็นผู้ดำเนินเรื่อง, และกิจกรรมการเดินทางครั้งนี้ คือการมาทำงานที่เชียงใหม่ เปิดร้านค้าขายสินค้าที่นอนยางพารา หมอนยางพารา สินค้าพิเศษ ราคาพิเศษ ที่เซ็นทรัลกาดสวนแก้ว เป็นระยะเวลา 10 วัน แล้วก็เพลินไปกับปัจจุบันที่ได้สูดอากาศที่แตกต่างจากบ้านของครอบครัวของเราที่ปัตตานี
โลกที่ไม่มีวันเหมือนเดิม
ต่อยอด POST ของเสี่ย pHz (http://phz.posterous.com), เสี่ย wit (http://wit.posterous.com) และคุณ Mash (http://www.mash.pmtkmitnb.com) จากหัวข้อเดียวกัน “โลกที่ไม่มีวันเหมือนเดิม” โดยขอยกโจทย์ของบันทึกนี้ มาจาก POST ของเสี่ย pHz เลย ก็คือ “การบันทึกเรื่องราวส่วนตัวว่าผ่านเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แล้วนับแต่นั้น วิธีการมองโลกเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม”
เงินหรือว่าความดีหรือตัวเอง
เมื่อคืนระหว่างเดินทางมากรุงเทพ บนเครื่องบิน ผมอ่านหนังสือ The last lecture มันอดคิดถามตัวเองไม่ได้ว่าถ้าเป็นเราล่ะ ถ้าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเราจะต้องตาย จะทำอะไรบ้าง ก็ต้องถามว่าเวลาที่เหลืออยู่นี้จะเลือกทำเพื่อตัวเอง เพื่อภรรยาและลูก หรือทำเพื่ออะไร แล้วจะเอาอะไรมาเป็นตัววัดว่าเราใช้เวลาที่เหลือไปอย่างคุ้มค่า
จุดเริ่มต้น : เป้าหมายด้านสังคม และครอบครัว
บอกได้อย่างเต็มปากว่า ผมมีปัญหามากๆ ในด้านการเข้าสังคม การคบหาสมาคมกับคนอื่น การทำตัวเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ การแสดงออกต่อพ่อแม่, การทำตัวเป็นสามีที่ดีของภรรยา และการทำตัวเป็นพ่อที่ดีของลูก, ผมขาดความเสียสละ การอาสาทำอะไรสักอย่าง การให้เวลาของตัวเองแก่คนอื่น การมอบสิ่งของความเป็นตัวของตัวเองให้แก่คนอื่น และการอุทิศตนเพื่อสังคม ผมจำตั้งเป้าหมายเหล่านี้ขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ผมเป็นบุคคลที่ดีขึ้นกว่านี้ น่าคบหามากกว่านี้ มีเพื่อน มี connection มากมายกว่านี้ ฯลฯ
สัญชาตญาณของการใช้เงิน
“it’s not your salary that makes you rich; it’s your spending habits” – Charles A. Jaffe วันนี้ดู TV รายการหนึ่ง คาดว่าเป็นรายการวิเคราะห์ข่าวทางเศรษฐกิจหรืออะไรสักอย่าง (ต้องขออภัยด้วยที่จำชื่อรายการไม่ได้ เพราะเปิดมาตอนที่รายการกำลังจะจบพอดี) เค้าอ้างถึงประโยคหนึ่งที่เขียนโดยนักเขียนที่ชื่อว่า Charles A. Jaffe (มั๊ง), ที่เขียนเอาไว้ตามข้างบน, แปลเป็นไทยได้ง่ายๆ “ไม่ใช่เงินเดือนหรอกที่ทำให้คุณรวย, มันคืออุปนิสัยการใช้จ่ายของคุณต่างหาก“
DVD อยู่ใต้ทีวี มันผิดตรงไหน ไม่ทราบ !
วันนี้ก่อนนอน ก็มีเรื่องให้เซ็งอีกแล้ว แผ่น DVD หนัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของผม (แน่นอน มันก็เลยไม่สำคัญ สำหรับอีกคน) ถูกมองว่าเป็นของที่ไม่ควรจะวางเอาไว้ตรงนั้น ที่อยู่ใต้ทีวี ทั้งๆที่ มันก็สมควรที่จะอยู่คู่กับอุปกรณ์เล่นของมัน ด้วยเหตุผลที่ว่า รกๆ ฝุ่นๆ แหยะๆ
ค่อยๆ ปรับตัว
ช่วงที่ผ่านมา มีเรื่องที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง อย่างแรกก็คือการที่ผมไปยุ่งกับงานขายสินค้าทั่วประเทศอย่างเต็มตัว เป็นงานใหม่มีอะไรให้ทำเยอะขึ้น แล้วก็ต้องเรียนรู้อีกหลายเรื่อง พร้อมๆกับการที่ี่เลี้ยงของข้าวปั้นไม่ได้มาทำงานเนื่องจากป่วยเป็นเวลานานถึง 2 สัปดาห์ ผมก็เลยต้องสลับดูลูกกับทำงานอย่างนิดๆหน่อยๆ เหมือนกับไม่มีเวลาให้กับงานตลอดเวลา แต่ต้องดันงานให้เสร็จ ยังงงๆ อยู่บ้าง เพราะปกติมีเวลาทำนู่นนี่เยอะแยะ แลกว่างานจะเสร็จก็หมดเวลาทุกที ตอนนี้เวลายิ่งน้อยลงไปอีก แต่งานเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ กำลังพยายามปรับตัวให้ได้เร็วที่สุดครับ .. นี่ยังไม่รวมไปถึงความต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงานเขียน งานศิลปะงานดนตรี ซึ่งเป็นงานอดิเรกด้วยนะ
Money-การเงิน เรื่องของวันนี้ที่ยังตึงเครียด
หมุนเงินไม่ทัน ต้องทำงาน ต้องตื่นกลางคืนทำงานเพื่อมองหาช่องทางหาเงินเพิ่ม นอกจากจะหมุนเงินมาใช้จ่ายไม่ค่อยทันแล้ว ยังมีเรื่องอนาคตที่ต้องเตรียมตัวเอาไว้ด้วย นั่นคือการเตรียมตัวสำหรับลูก บันทึกของวันนี้ผมจะลองทบทวนสภาวะทางการงานการเงิน ณ.ปัจจุบันของตัวผมเอง
เมื่อครอบครัวเริ่มไม่สามัคคี
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาผมกับแฟนค่อนข้างจะทะเลาะกัน หรืออย่างน้อยๆ ก็เป็นการพยายามสร้างบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง, โดยปกติแล้วการเริ่มสร้างบรรยากาศชวนทะเลาะจะเป็นสิ่งที่ผมเริ่มก่อน เนื่องจากผมไม่พอใจสิ่งที่เธอได้ทำไป
ตั้งครรภ์ 5 เดือนแรก
อยากจะเล่าประสบการณ์ เล่าเรื่องเกี่ยวกับ 5 เดือนที่ผ่านมาหน่อย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และอะไรที่เรียกว่าปกติ.. เพื่อเป็นการบันทึกของตัวเอง และก็เพื่อให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่ร่วมชะตาเดียวกัน หรือกำลังจะร่วมชะตาเดียวกันได้รับรู้กัน..เรื่องที่จะบอกเล่าก็เกี่ยวกับ ช่วงที่อ้อมีอารมณ์แปรปรวน, การไปหาหมอทุกๆเดือน และผลการตรวจของหมอ, แล้วก็เรื่องที่ต้องเตรียมตัวกันอีกนิดหน่อย



