งานอดิเรกทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ และได้ connection เพิ่มขึ้น

ตอนเด็กๆไม่เคยมีใครสนับสนุนให้เล่นดนตรีหรอก แต่ที่บ้านก็ไม่ได้ต่อต้านถึงกับขนาดเอากีตาร์ของผมไปขายทิ้งแล้วก็จับผมมัดกับขาโต๊ะนั่งอ่านแต่หนังสือเรียน ใครจะไปคิดล่ะว่าการที่มีงานอดิเรกคือเล่นดนตรีจะนำพาอะไรดี ๆ เข้ามาสู่ชีวิตได้ – ที่ผมจะพูดถึงคือ มันทำให้ผมรู้จักคนมากขึ้น

“Connection is the Key to success”

มิตรสหายท่านหนึ่ง

มิตรสหายท่านหนึ่ง เคยพูดประโยคนี้ให้ฟัง แล้วเราก็ค่อย ๆ เรียนรู้ว่า มันคือความจริงของสังคมมนุษย์ ที่ความสำเร็จทั้งในเรื่องส่วนตัว เรื่องการงาน มันผูกกับการได้รู้จักคนที่สามารถให้ความช่วยเหลือเราในเรื่องที่เราไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง

ผมรู้จักกลุ่มวิศวกร ที่ทำธุรกิจด้านไอที, ผมรู้จักผู้ผลิตสินค้าในวงการบันเทิง, ผมรู้จักคนทำธุรกิจ นักกฏหมาย อาจารย์ คุณหมอ อื่น ๆ และจากจุดเริ่มต้นที่ผมได้รู้จักคนโดยที่มีดนตรีเป็นสื่อกลาง ก็ได้ขยายผลให้ผมรู้จักกับคนอีกมากมาย คนที่ไม่มีทางจะได้รู้จักผ่านเส้นทางการศึกษา หรืออาชีพการงานที่ผมเกี่ยวข้องเลย

ผมไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก ว่าถ้าหากผมไม่ได้มีงานอดิเรกเป็นเรื่องเป็นราว ผมจะได้มีโอกาสรู้จักคนอื่นๆนอกสายอาชีพที่ทำได้มากขนาดนี้หรือไม่ แต่สิ่งที่ผมสามารถแบ่งปันให้คุณได้เรียนรู้ในวันนี้คือ การมีงานอดิเรกอะไรสักอย่าง เราสนุกไปกับมัน เดินเข้าหากลุ่มคนที่มีความสนใจเหมือนกันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่สนใจ นั่นทำให้เราได้รู้จักคนเพิ่มขึ้นแน่นอน

ผมสนใจดนตรี มันเป็นงานอดิเรกจริง ๆ ตั้งแต่สมัยมัธยม ผมเล่นดนตรีในเวลาว่าง เพื่อสนุกกับเพื่อน ๆ เพื่อผ่อนคลาย แต่ผมไปต่ออีกนอกเหนือจากการมีสังคมในจังหวัดที่ตัวเองอยู่ ผมเดินเข้าหากลุ่มผู้ที่มีความสนใจเทคโนโลยีดนตรี เป็นกลุ่มที่รวมคนที่มุ่งหาสิ่งใหม่ ๆ ทางด้านเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ 

ผมได้รู้จักคนเพิ่มขึ้นเป็นร้อย ๆ คน นอกเหนือจากสิ่งแวดล้อมด้านการงาน มันคงจะไม่บ่อยนักที่เราจะได้มีโอกาสรู้จักกับคนนอกสายงาน อย่าง นักกฏหมายผู้ชำนาญด้านกฏหมายลิขสิทธิ์ โปรแกรมเมอร์ผู้ที่รับผิดชอบส่วนหนึ่งของดาวเทียมไทยคม นักออกแบบเว็บไซต์ที่อยู่เบื้องหลังงานใหญ่ของระเทศ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ช่างภาพผู้ที่เดินทางไปรอบโลกผู้เป็นเจ้าของภาพวิวหลักล้านที่องค์กรใหญ่ ๆ ต่างชาติจ่ายเงินซื้อเพื่อนำไปใช้ ฯลฯ ในสิ่งแวดล้อมที่ผมอยู่ – อุตสาหกรรมการผลิต เคมีฯ – คงจะไม่สามารถนำพาผมไปสู่การรู้จักคนเหล่านี้ได้ง่าย ๆ แน่ ๆ

จากการที่ผมทำกิจกรรมต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพียงแค่รู้จักชื่อ รู้จักหน้าตา เราก็ได้คุ้นเคย ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ ยื่นมือช่วยเหลือกันยามที่ร้องขอ

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างในธุรกิจของผมที่ใส่เข้าไปแล้วเกิดผลดีมากมาย ก็มีหลายอย่างที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนที่ได้รู้จักเพิ่มขึ้น

ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถได้รับประโยชน์จากการมี connection ได้ในทันที แต่ผมเชื่อว่า หากเราสร้างมิตรภาพดี ๆ ต่อกัน สักวันหนึ่ง มิตรภาพที่ดีนั้น จะส่งผลดีต่อเราได้ และหากมีครั้งใดครั้งหนึ่งส่งผลเป็นประโยชน์กับตัวเรา ผมคิดว่าแค่นั้นก็คุ้มค่าพอแล้ว

ทุกวันนี้ผมก็ยังเล่นดนตรีก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ไปเรื่อย ๆ เพื่อเตือนความจำในเรื่องเหล่านี้ และก็ค่อย ๆ ถ่ายทอดแนวความคิดนี้ให้กับลูก ๆ ของผมด้วย

การทำงานอดิเรกอะไรสักอย่างแล้วใช้มันเป็นสื่อในการเข้าหาคนนอกสายงานของตัวเอง เป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้เราได้อะไรใหม่ ๆ เข้ามาสู่ชีวิตของเราได้

เช่นเดียวกันกับงานอดิเรกอย่างอื่นของผม ผมเล่นกีฬา ผมเดินทางท่องเที่ยว ผมถ่ายรูป ผมได้รู้จักคนเพิ่มอีกมากจากการทำกิจกรรม ใครจะรู้ได้ล่ะ ว่าจะมีความรู้อีกมากมายแค่ไหนที่จะได้แรกเปลี่ยนเรียนรู้จากคนที่ผมจะได้รู้จักเพิ่มขึ้น