น้ำหนักมาก สัมภาระเยอะแยะ มีผลต่อนักปั่นจักรยานสายชิล มากแค่ไหน?

สำหรับนักปั่นสายแข่งขัน – น้ำหนักที่มากขึ้น เท่ากับภาระที่มากขึ้น สัมภาระที่เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้ต้านลมและไปได้ช้า – เป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว หากต้องการเอาชนะคู่แข่ง แม้เพียงวินาทีเดียว เซ็นติเมตรเดียว เข้าเส้นลำดับที่ 1 สร้างความแตกต่างให้กับชีวิตได้มากมายมหาศาล, แต่ถ้าหากเป็นสายปั่นชิล ปั่นช้า ปั่นเที่ยว ล่ะ มันแตกต่างมากมายแค่ไหน ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้น 5-10 กิโลกรัม หรือ ใส่กระเป๋าจักรยานเยอะแยะ จะช้าลงมากหรือไม่ – ได้ลองไปค้นหาข้อมูลมา เล่าให้ฟังได้ดังนี้ครับ

นักปั่นสายชิลชาวออสเตรเลีย – อลี – ได้ทำการทดลองเพื่อเปรียบเทียบผล 2 เรื่อง คือ น้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น 5 – 35 กิโลกรัม มีผลต่อความเร็วมากแค่ไหน, และ ประเภทของกระเป๋าติดจักรยาน กระเป๋าท้ายอานขนาดใหญ่ กระเป๋าติดแร๊คหน้า แร๊คหลัง มีผลต่อความเร็วมากแค่ไหน

ในการทดลองของเขา ได้ควบคุมแรงปั่น Watt ให้ได้ค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 200watts (ใช้ขาจาน stage เพื่อวัดและควบคุมแรง) ได้ผลการทดสอบดังนี้ครับ

น้ำหนักบรรทุก

อลี กับจักรยาน Surly LHT ที่ใช้ในการทดสอบการบรรทุกสัมภาระน้ำหนักต่างๆกัน
อลี กับจักรยาน Surly LHT ที่ใช้ในการทดสอบการบรรทุกสัมภาระน้ำหนักต่างๆกัน

อลี ได้ทำการทดสอบโดยแปรค่าน้ำหนักบรรทุก 5 ระดับคือ [A] 5 กก. (น้ำหนักรวมทั้งระบบ รวมจักรยาน และนักปั่น 98 กิโลกรัม) , [B] 15 กก. (น้ำหนักรวม 108 กิโลกรัม), [C] 25 กก. (น้ำหนักรวม 118 กิโลกรัม)

การทดสอบเกิดขึ้นบนเส้นทางในสนามปั่นจักรยาน ระยะทางทดสอบ 15 กม. และนอกสนามจักรยานระยะทาง 100 กม. รวมกับตัวแปรสำหรับเส้นทาง 3 ระดับ คือ ทางราบ ระยะไต่เขารวม 0-300 เมตร, ทางภูเขาเล็กน้อย ระยะไต่เขารวมประมาณ 1000 เมตร, ทางภูเขาจริงๆจังๆ ระยะไต่เขารวมประมาณ 2000 เมตร

เขาได้ทำการทดลองที่มีรายละเอียดมากมาย, ผมพอจะสรุปผลลัพท์จากการทดลองของเขาได้สั้นๆดังนี้ครับ

การทดสอบทางราบ – น้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความเร็วเล็กน้อย, น้ำหนักบรรทุก 15 กก. ต้องใช้เวลามากขึ้น ไม่ถึง 1% และ น้ำหนักบรรทุก 35 กก. ต้องใช้เวลามากขึ้น ไม่ถึง 3%

การทดสอบทางภูเขา – น้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความเร็วค่อนข้างมาก, น้ำหนักบรรทุก 15 กก. ต้องใช้เวลามากขึ้น 2-5% และ น้ำหนักบรรทุก 35 กก. ต้องใช้เวลามากขึ้น 8-15% , ยิ่งระยะไต่มีความสูงรวมมากขึ้นเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาในการปั่นมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับการปั่นระยะทาง 100 กม. เมื่อบรรทุกน้ำหนักมาก และใช้แรงคงที่ 200watts ส่งผลให้ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น 20-50 นาที สำหรับเส้นทางภูเขาเลยทีเดียว

ประเภทของกระเป๋า

การ set-up กระเป๋าแบบต่างๆ ที่ใช้ในการทดสอบ ผลของประเภทของกระเป๋าที่มีต่อความเร็ว
การ set-up กระเป๋าแบบต่างๆ ที่ใช้ในการทดสอบ ผลของประเภทของกระเป๋าที่มีต่อความเร็ว

การทดสอบเพื่อเปรียบเทียบผลของประเภทกระเป๋า สร้างตัวแปรในการทดสอบ 4 อย่าง คือ [A] กระเป๋าแบบ BikePacking หรือ FramePacking อย่างเดียว (รูปมุมบนขวา), [B] กระเป๋าติดแร๊คหน้าเพียงอย่างเดียว, [C] กระเป๋าติดแร๊คหลังเพียงอย่างเดียว, [D] ใช้ทั้งกระเป๋าติดแร๊คหน้าและหลัง

ในการทดสอบในสนามปั่นระยะทางเพียง 6 กม. อลีได้ควบคุมแรงคงที่ประมาณ 200watts โดยใช้กระเป๋าแบบ BikePacking เป็นฐานในการเปรียบเทียบ ได้เห็นผลลัพท์ที่แตกต่างกันชัดเจนคือ เมื่อใช้กระเป๋าแบบติดแร๊คหน้าหรือหลังเพียงอย่างเดียว ต้องใช้เวลาในการปั่นเพิ่มขึ้นประมาณ 6.5% (หมายถึง ประมาณ 5-15 นาที ต่อ 100 กม.) และหากเป็นกระเป๋าแบบติดแร๊คทั้งหน้าและหลัง จะต้องใช้เวลาในการปั่นเพิ่มขึ้น 8% (ประมาณ 10-20 นาที ต่อ 100 กม.)

ในการทดสอบนี้ อลีได้สรุปสั้นๆว่าเพียงแค่เปลี่ยนประเภทของกระเป๋าจักรยาน ก็ส่งผลต่อความเร็วในการปั่นมากๆ ถึงแม้น้ำหนักภาระบรรทุกเท่าเดิม แต่กลับต้องใช้เวลาในการปั่นเพิ่มขึ้น 8% ซึ่งเท่ากับเวลาที่เพิ่มขึ้นเมื่อบรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้น 20 กก. เลยทีเดียว

การวิเคราะห์ผล คำแนะนำ และบทสรุปส่งท้าย

ในการพูดถกเถียงของชาวต่างชาติในเรื่องของการทดสอบครั้งนี้ สามารถสรุป และแสดงความคิดเห็นคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ

การจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหลักหมื่น เพื่อลดน้ำหนักจักรยานลง 1 กิโลกรัม ไม่คุ้มค่า – ถ้าหากไม่ใช่การแข่งขันความเร็วที่เชือดเฉือนกันในหลักวินาที ในการทดสอบเส้นทางภูเขาระยะทาง 100 กม. ใช้เวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 1 นาที ต่อ 1 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นมาเพียงเท่านั้น

ทางราบ AeroDynamic ส่งผลมากกว่า, ทางภูเขา น้ำหนักส่งผลมากกว่า – ประเภทของกระเป๋าส่งผลต่อความเร็วในทางราบมากๆ และถ้าหากเป็นทางภูเขาต้องพยายามลดน้ำหนักบรรทุกให้ได้มากที่สุด, ถ้าหากคุณเป็นคนที่ใช้กระเป๋าแบบ BikePacking นั่นหมายความว่าคุณอาจใช้จักรยานน้ำหนักเบาอยู่แล้ว เป็นยางหน้าแคบ และปั่นด้วยท่าที่เป็น Aero Position อยู่แล้วด้วยซ้ำ คุณเป็นพวกเน้นความเร็วอยู่แล้วนี่นา?

สิ่งแวดล้อมอื่นๆ ส่งผลต่อความเร็วมาก – ลมแรง สภาพการจราจร ไฟแดง การหยุดพัก ความเหนื่อยล้า ปัจจัยอื่นๆที่นอกเหนือจากเรื่องของน้ำหนัก และความลู่ลม มีผลต่อการทำเวลามากกว่า – เทคนิคการปั่นในสภาพการจราจรบนถนนเปิดปกติ รวมถึงเทคนิคการหยุดพัก ส่งผลต่อเวลาปั่นโดยรวมมากถึงมากที่สุด คนที่ปั่นช้าหลายๆคน สามารถแซงหน้าคนที่ปั่นเร็วๆแต่หยุดบ่อยได้อย่างง่ายดาย

Pack Ultralight – Travel Fast” เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด นักปั่นทุกๆคนที่พูดคุยในบทสนทนานี้ ได้สรุปเอาไว้แบบนี้ – หมายความว่า ในการปั่นเพื่อทำความเร็ว แต่จำเป็นต้องพกพาของบางอย่างติดตัวไปด้วย ควรใช้กระเป๋าแบบ BikePacking และเลือกใส่ของให้มีน้ำหนักน้อยที่สุด, เป็นคำแนะนำเพื่อนักปั่นทางไกลที่มีเงื่อนไขด้านเวลา อย่างกิจกรรม Audax ระยะทางไกลๆ อย่าง 600-1400 กม.

ปั่นชิล ปั่นช้า จะแบกเยอะ แบกน้อย กระเป๋าแบบไหน ไม่ส่งผลมากนัก – ในกรณีของคนที่มักจะปั่นช้า โดยพื้นฐานแล้ว เรื่องของความเร็วไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับนักปั่นกลุ่มนี้ พวกเขามักจะใช้เทคนิคการควบคุมความเร็ว มากกว่าควบคุมแรงที่ใช้ ซึ่งการแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้น อาจลดความเร็วลงเพียง 1-2 กม./ชม. เท่านั้น อาจส่งผลต่อความเร็วบ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ข้อคิดในแง่ของการตัดสินใจในแง่ของน้ำหนักบรรทุก หรือประเภทของกระเป๋า สำหรับนักปั่นกลุ่มนี้ น่าจะเป็นเรื่องอื่น ดังนี้

  • Minimalist :: การใช้ชีวิตแบบเน้นคุณภาพ แต่ไม่เน้นปริมาณ เป็นกระแสที่มาแรงมากทั่วโลก (ไม่รู้ว่ามาถึงประเทศไทยหรือยัง) แนวทางของนักปั่นทั่วโลก ก็เช่นเดียวกัน คือ มุ่งหาการใช้ของปริมาณน้อยๆ ขนสัมภาระจำนวนน้อย เสื้อผ้าน้ำหนักเบา แห้งเร็ว และของใช้อื่นๆที่เข้ากับคอนเส็ปนี้
  • เพิ่มความสามารถในการควบคุม :: น้ำหนักที่น้อยกว่า หมายถึงความสามารถในการควบคุมที่ดีมากขึ้น สามารถเลี้ยวหลบหลีกกระทันหันได้ดีขึ้น ปลอดภัยมากกว่า
  • ลดค่าใช้จ่ายในการขนจักรยานขึ้นเครื่องบิน :: ในกรณีที่ต้องเดินทางไปกับเครื่องบิน เราต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับทุกๆกิโลกรัมที่ต้องนำไปกับเครื่องบิน ตรงๆเลย ลดน้ำหนักหมายถึงลดค่าใช้จ่าย
  • ยืดอายุการใช้งานของจักรยาน :: เฟรมจักรยาน อะไหล่จักรยาน แต่ละส่วนจะรับภาระน้ำหนักน้อยลง ทำให้จักรยานมีอายุการใช้งานนานขึ้น บ่อยครั้งที่พบเจอว่าเฟรมหักเนื่องจากการกระแทกขณะปั่น หรือล้อพัง น้ำหนักที่ลดลงลดความเสี่ยงตรงจุดนี้ ถ้าไม่จำเป็นต้องบรรทุกสัมภาระเยอะๆ ก็ไม่ต้องใช้เฟรม หรือล้อที่แข็งแรงสำหรับงานบรรทุกหนัก เฟรมก็จะมีน้ำหนักเบาลงด้วย
  • ลดน้ำหนักสัมภาระ ในกรณีที่ต้องเอาออกจากจักรยานมาถือเอง :: ในบางสถานการณ์ เราต้องทิ้งจักรยานเอาไว้ที่หนึ่ง แล้วแบกสัมภาระของเราติดตัวไปด้วย ถ้าหากทิ้งเอาไว้ก็เสี่ยงต่อการถูกขโมย – ลองนึกภาพเดินขึ้นบันไดมุ่งสู่ยอดเขาที่มีจุดชมวิวอันสวยงาม และไม่สามารถเข็นจักรยานตามขึ้นไปได้ – กระเป๋าหลายใบ น้ำหนักเยอะๆ ทำให้การเดินทางหมดสนุกไปเลย

Watts ต่อ กิโลกรัม สำคัญที่สุด – ในแง่ของน้ำหนัก เราสามารถปรับเปลี่ยนกันได้ จ่ายเงินซื้อได้ ปรับท่วงท่าการปั่นได้ ลดภาระน้ำหนักบรรทุกได้ – แต่สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ความเร็วแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่สุด คือ แรงขา เทียบกับค่าน้ำหนักรวม – ถ้าหากเราเป็นคนตัวเบา จักรยานเบา แต่แรงน้อยก็ไม่ช่วยอะไร ในทางตรงกันข้าม คนตัวหนัก จักรยานหนัก แต่แรงดี ก็สามารถทำความเร็วได้ดีกว่า – การซ้อมปั่นเยอะๆ ออกปั่นบ่อยๆ ชนะทุกอย่างครับ