Home Workshop #2 :: ย้าย Workshop สู่บ้านใหม่ เปิดเป็นร้านจักรยาน

จากเดิมที่ผมมี Workshop อยู่ในห้องเก็บของที่บ้าน ซึ่งมีขนาดเล็ก ผมต้องการย้ายสถานที่ไปอีกที่หนึ่ง เพื่อขยับขยายงานจักรยานของตัวเอง จากที่เพียงแค่รับงานของคนในครอบครัวและเพื่อนที่สนิท เปลี่ยนเป็นเปิดรับงานจากเพื่อนคนอื่นๆ รวมทั้งขายสินค้าเฉพาะ สินค้าแบบที่แตกต่างจากที่หาซื้อได้ในจังหวัด – เมื่อจังหวะเหมาะสม ผมได้สถานที่ใหม่ เป็นบ้านเก่าหลังหนึ่งของครอบครัวที่ไม่มีคนอยู่แล้ว และผมรับหน้าที่ดูแลบ้านให้อยู่ในสภาพดีไม่ชำรุดทรุดโทรม การย้าย Workshop ไปสู่บ้านหลังนี้ทำให้ได้ดูแลบ้านหลังนี้ได้ด้วย

ไอเดียการย้าย workshop ไปอยู่ที่ใหม่ของผม คือ ใช้หน้าบ้าน ซึ่งปกติใช้งานเป็นโรงรถและเป็นที่เก็บของ จัดพื้นที่ให้โล่ง ทำโต๊ะ workshop อันใหม่ ที่ดูสวยกว่าเดิม แล้วเอาตู้มาสักตู้หนึ่งสำหรับใส่อะไหล่จักรยาน พื้นที่ที่เหลือก็ใช้งานตามกิจกรรมที่ใส่เข้าไป

เคลียร์พื้นที่โรงจอดรถให้เป็น Workshop

โรงรถที่ว่านี้ ปกติจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน (รถคันเล็กหน่อย ไม่ใช่ใหญ่ยาวแบบรถกระบะ), เมื่อไม่มีใครใช้งาน ก็กลายเป็นที่เก็บของ งานแรกของผมก็คือ การย้ายของที่เก็บอยู่ตรงนี้ออกให้หมด นำไปเก็บไว้ที่อื่น ทำความสะอาด แล้วย้ายจักรยานเข้ามาจอดแทนที่

สภาพพื้นที่ก่อนปรับปรุง มีของเก็บเอาไว้เยอะแยะ ส่วนใหญ่เป็นของที่ไม่ได้ใช้งาน
สภาพพื้นที่ก่อนปรับปรุง มีของเก็บเอาไว้เยอะแยะ ส่วนใหญ่เป็นของที่ไม่ได้ใช้งาน

และเมื่อได้ย้ายของออกไปจนพื้นที่โล่ง ผมก็ได้เอาจักรยานมาทดลองจอด ลองดูว่าพื้นที่ตรงนี้ สามารถจอดจักรยานได้มากน้อยแค่ไหน และผมจะวางแผนใช้งานพื้นที่ตรงนี้อย่างไร

เมื่อเอาของที่ถูกเก็บไว้ออกไปหมด ก็ได้พื้นที่โล่งมากพอจะทำอะไรได้เยอะ
เมื่อเอาของที่ถูกเก็บไว้ออกไปหมด ก็ได้พื้นที่โล่งมากพอจะทำอะไรได้เยอะ
เมื่อเอาของที่ถูกเก็บไว้ออกไปหมด ก็ได้พื้นที่โล่งมากพอจะทำอะไรได้เยอะ

จากนั้นก็ลองเอาจักรยานมาจอดดู ทดลองใช้พื้นที่ ดูว่าสามารถจอดได้กี่คัน เบียดกันได้มากน้อยแค่ไหน

สรุปว่า ถ้าจะยัดเข้าไปจริงๆ อย่างน้อยๆ ผมสามารถจอดจักรยานเบียดๆกันได้ ไม่ต่ำกว่า 10 คันแน่นอน
สรุปว่า ถ้าจะยัดเข้าไปจริงๆ อย่างน้อยๆ ผมสามารถจอดจักรยานเบียดๆกันได้ ไม่ต่ำกว่า 10 คันแน่นอน
สรุปว่า ถ้าจะยัดเข้าไปจริงๆ อย่างน้อยๆ ผมสามารถจอดจักรยานเบียดๆกันได้ ไม่ต่ำกว่า 10 คันแน่นอน
สรุปว่า ถ้าจะยัดเข้าไปจริงๆ อย่างน้อยๆ ผมสามารถจอดจักรยานเบียดๆกันได้ ไม่ต่ำกว่า 10 คันแน่นอน
สรุปว่า ถ้าจะยัดเข้าไปจริงๆ อย่างน้อยๆ ผมสามารถจอดจักรยานเบียดๆกันได้ ไม่ต่ำกว่า 10 คันแน่นอน

พอทดลองใช้พื้นที่ และดูพื้นที่ว่างที่เหลืออยู่แบบนี้ ผมมองว่า Workshop ของผม คงทำได้เป็นเพียงแค่ Workshop จริงๆจังๆ ไม่สามารถทำทำเป็นร้านใหญ่ๆ ไม่สามารถลงสต๊อกจักรยาน ไม่สามารถเอาจักรยานมาจอดโชว์เพื่อขายจำนวนมากๆได้ , และด้วยความชอบส่วนตัว ที่ชอบงานช่างจักรยาน ซ่อมบำรุง ปรับแต่ง แก้ไขปัญหานู่นนี่นั่น ผมมองแล้วว่า ทำเป็น Workshop รับประกอบจักรยาน รับซ่อมบำรุง รับสั่งสินค้า ประกอบจักรยาน น่าจะดีกว่า – ก็เลยตัดสินใจจริงจังที่จะให้ความสำคัญกับโต๊ะ workshop ว่าจะต้องดูดี ขนาดใหญ่มากพอสำหรับการใช้งานสำหรับงานช่าง ไม่ใช่นั่งทำบนพื้นเกลื่อนกลาดดูไม่สวยงาม – ดังนั้นก็ถึงเวลาทำโต๊ะ workshop เสียที

ทำโต๊ะ Workbench , ที่แขวนเครื่องมือ

ผมใช้คำว่า Wood Working , Workbench เป็นคำที่ใช้ Search หารูป ไว้ใช้เป็นต้นแบบสำหรับการทำโต๊ะของผม, ภาพจาก Google และวิธีทำจากเว็บไซต์หลายๆเว็บ ช่วยให้ผมสามารถออกแบบโต๊ะของผมเองได้ และทักษะที่สะสมมา ก็สามารถเอามาใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม

ได้เวลาลงมือทำโต๊ะล่ะ

เริ่มต้นจาก ไปซื้อไม้ตามขนาดที่ต้องการใช้งาน
ทำขาโต๊ะก่อน
เริ่มขึ้นโครงสร้างโต๊ะ
เสริมความแข็งแรงเสียหน่อยนะ
ได้เวลายึดโครงสร้างทั้งหมดเข้ากันด้วยสกรู
เรียบร้อย เป็นรูปเป็นร่างแล้วล่ะ
ทำที่แขวนเครื่องมือ จากไม้เช่นกัน
ค่อยเจาะรูทีละรูๆ เรื่อยๆ
เรียบร้อย พันกว่ารู
ขึ้นโครงสร้างที่แขวนเครื่องมือ
มีผู้ช่วยด้วยนะ
โครสร้างเสร็จเรียบร้อย
ติดไฟส่องสว่างหน่อย เดี๋ยวตอนกลางคืนจะมองไม่เห็นเครื่องมือ
ได้เวลาเอามาประกอบที่ workshop
นี่กำลังทำอะไรหว่า
ดูเหมือนเป็นโครงสร้างอะไรสักอย่าง
ประกอบมันเข้ากัน
เริ่มเป็นรูปเป็นร่างล่ะ
แต่นเต๊น มันคือ เก้าอี้นั่ง รูปร่างประหลาดๆนี่เอง
แต่นเต๊น มันคือ เก้าอี้นั่ง รูปร่างประหลาดๆนี่เอง

จัดสถานที่ ให้เป็น workshop เป็น ร้านเล็กๆ

พอโต๊ะ workshop เสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลา ย้ายเครื่องมือ ย้ายอะไหล่ และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่สถานที่ใหม่, ผมก็ย้ายทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ, จักรยาน, และของที่เกี่ยวเนื่องกันอื่นๆ เข้าสู่สถานที่ใหม่ แล้วก็ค่อยๆจัดให้เรียบร้อย ให้เป็นพื้นที่ทำงานจักรยาน และสานฝันเล็กๆของตัวเอง เติมเต็มเรื่องราวของชีวิตตัวเอง

ย้ายเครื่องมือมาสู่สถานที่ใหม่
ค่อยๆแขวนเครื่องมือขึ้นที่แขวน
เอาจักรยานมาทำทีละคันๆ นี่คือจักรยานที่สั่งมาไว้ขาย
จอดจักรยานที่ workshop ใหม่ จอดไป 3-4 คัน พื้นที่ก็เริ่มแคบลงแล้วล่ะ
workshop / ร้านของผม เปิดตอนกลางคืน หลัง 6 โมงเย็น ถึงประมาณ 3 ทุ่ม, เป็น Workshop จักรยานเพียงแห่งเดียวในจังหวัดที่เปิดตอนเย็น-ค่ำ
ผมเอง กำลังทำเป็นหล่อ อยู่กับจักรยานคู่ใจของผม
มีป้ายร้านเรียบร้อยแล้ว ใช้ชื่อร้านเหมือนกับชื่อร้านของคุณปู่ (บ้านนี้เป็นบ้านของคุณปู่)

ผมให้คำนิยาม Workshop ใหม่ของผม ว่า “Co-Bicycle Worskshop & Bicycle Retailer เวิร์คช็อปจักรยานแบ่งกันใช้ และ ร้านค้าจำหน่ายจักรยานพร้อมอะไหล่” คือ ตอนเย็นๆ เพื่อนๆของผม อาจจะปั่นจักรยานเสร็จ จักรยานมีปัญหา และอยากแก้ไขเร็วๆ โดยไม่ต้องรอให้ร้านเปิดในตอนกลางวัน ก็สามารถแวะเวียนมาใช้เครื่องมือที่นี่ ช่วยกันซ่อมจุกจิกเล็กน้อย วิเคราะห์อาการ เพื่อวันรุ่งขึ้นจะได้สั่งซื้ออะไหล่และซ่อมได้ทันก่อนออกไปปั่นตอนเย็นอีกครั้งหนึ่ง สำหรับปัญหาจักรยานเล็กๆ ก็สามารถซ่อมแก้ไขได้เลยไม่มีปัญหา, ในขณะเดียวกัน ผมก็ได้ขอเป็นตัวแทนจักรยานยี่ห้อที่ผมสนใจ ขอเป็นตัวแทนอะไหล่จักรยานจากผู้นำเข้าชั้นนำของประเทศ เพื่อให้มีอะไหล่สำหรับใครๆที่แวะเวียนเข้ามา ใครขาดเหลืออะไร ก็จะได้หยิบเอาอะไหล่ที่ผมสต๊อกมาใช้แก้ไขปัญหาทดแทนได้ทันที หรือใครที่สนใจจักรยานแบบที่ผมชอบ ก็สามารถสั่งประกอบได้เช่นกัน

ผมคิดเอาไว้คร่าวๆแบบนี้ ต่อๆไปก็คงจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยน คิดกลยุทธ์การทำตลาด สร้างฐานลูกค้า และหากเป็นไปได้ดี ก็ค่อยๆคิดขยับขยายให้เป็นกิจการที่เป็นเรื่องเป็นราวต่อไปจากนี้

ใครที่สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับร้านจักรยานของผม สามารถติดตามได้ที่เฟสบุ๊คหรือเว็บไซต์ ตาม link ข้างล่างได้เลยครับ

เฟสบุ๊ค –> http://www.facebook.com/teksoonbicyle หรือ

เว็บไซต์ –> http://www.teksoonbicycle.com