Audax คืออย่างนี้นี่เอง!

ปั่นจักรยานทั้งวันทั้งคืน ปั่นไกลๆ ไม่มีอาหารให้กิน ไม่มีทีมงานคอยดูแล ไม่ปิดถนน นักปั่นแต่ละคนก้มหน้าก้มตาปั่นกันไปไม่สนใจใคร แถมยังถ่ายรูปฟรุ๊งฟริ๊ง เอ๊ะ นี่มันการแข่งขันจักรยาน หรือมันคืออะไรกันแน่ ทำไมไม่เหมือนกับกิจกรรมปั่นจักรยานอื่นๆที่เคยได้สัมผัสมา

3 ปี นิดๆ ที่ลงสนามปั่น Audax, กับอีก 2 ปี ที่เป็นเจ้าภาพจัดงานปั่น Audax, และทำการบ้านหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของ Audax อีกเล็กน้อย, ผมมีเรื่องเล่ายาวๆ ที่จะทำให้คุณอุทาน “อ๋อ Audax คืออย่างนี้นี่เอง”

Audax มีประวัติยาวนานมากกว่า 100 ปี

กิจกรรมปั่นทางไกลแบบบ้าคลั่งนี้ ไม่ได้เริ่มต้นที่ประเทศไทยหรอก มันถูกบันทึกไว้ว่าเริ่มต้นที่อิตาลีตังแต่ปี 1897 มีการทำกิจกรรมซ้ำๆต่อเนื่องเรื่อยๆ จนมีการเขียนกฏกติกาในปี 1904 มีการจัดตั้งองค์กร Audax Club Parisien (ACP) คือ ชื่อขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อควบคุมกิจกรรมการปั่นทางไกลนี้ ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนกฏกติกาการในปี 1920 ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับกิจกรรม Audax แบบที่ใช้กติกาดั้งเดิมนั้น ก็ยังคงมีอยู่ในประเทศฝรั่งเศสและประเทศใกล้เคียง ภายใต้ชื่อองค์กร Union des Audax Français

Randonneuring‘ หรือ ‘Audax‘ เป็นชื่อที่ใช้เรียกกิจกรรมนี้, การจัดกิจกรรมปั่น ในการจัดปั่นแต่ละครั้งนั้น จะเรียกชื่อว่า ‘randonnée‘ หรือ ‘brevet‘ หรือ ที่เราเรียกกันในภาษาไทยว่า ‘การลงสนามสอบ‘,  และผู้ที่สอบผ่าน จะถูกเรียกว่า ‘Randonneur‘ ชื่อเรียกต่างๆข้างต้นนี้ ถือว่าเป็นชื่อที่สะท้อนถึงกิจกรรมการปั่นที่ใช้กติกาปัจจุบัน ที่ดูแลโดย ACP

ข้อกำหนด กติกา ขั้นตอนการสอบขึ้นทะเบียนเป็น Randonneur

การสอบปั่นทางไกล Audax เป็นการเดินทางด้วยตัวเอง แรงตัวเอง ตามเส้นทางที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้า ระยะทางปั่น 200, 300, 400, 600 กิโลเมตร สำหรับสนามสอบมาตรฐาน และ 1000, 1200, 1400 กิโลเมตร สำหรับเส้นทางพิเศษ

นักปั่นที่เริ่มต้นปั่นครั้งแรก ต้องปั่นระยะทาง 200 กิโลเมตร หรือ 200BRM ให้จบเสียก่อนที่จะลงสมัครปั่น 300BRM, 400BRM หรือ 600BRM ฯลฯ (ถ้าไม่สามารถดูแลตัวเองในระยะ 200 กิโลเมตร ไม่สามารถปั่นจบได้ อย่าเพิ่งไประยะที่ไกลกว่านั้นเลยนะ)

BRM ย่อมาจาก Brevet de Randonneurs Mondiaux แปลง่ายๆคือ กิจกรรมปั่นทางไกล Audax นี่แหละ

ผู้ที่ปั่นผ่าน 200BRM แล้ว ถือว่าได้พิสูจน์ตัวเอง และพิสูจน์ให้โลกรู้แล้วว่า มีความสามารถในการเดินทางด้วยแรงของตัวเอง ด้วยเครื่องมือ(จักรยาน)ของตัวเอง และพร้อมสำหรับการท้าทายเส้นทางการปั่นที่ยากกว่าเดิม ด้วยเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ยากกว่าเดิม

ในแต่ละสนามปั่น ในแต่ละระยะทาง จะมีข้อกำหนด กติกา ที่คล้ายๆกัน, สำหรับประเทศไทย มีกติกามารยาท และมีรายละเอียดที่ปรับใช้ให้เข้ากับนิสัยคนไทย (และปรับใช้เพื่อดัดสันดานพวกนิสัยแย่ๆ) ดังนี้

ต้องสมัครล่วงหน้า ต้องจ่ายเงิน จึงจะสามารถเข้าร่วมปั่นได้

กิจกรรมปั่นหลายๆกิจกรรม ยอมให้สมัคร/ลงทะเบียนปั่น ได้หน้างาน, แต่สำหรับ Audax ต้องสมัครเป็นสมาชิก ตรวจสอบดูแลข้อมูลสมาชิก(ข้อมูลของตัวเอง) ซึ่งใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลัก เมื่อได้สมัครเป็นสมาชิกแล้ว จึงสามารถลงทะเบียนปั่นในรายการต่างๆได้

สำหรับการปั่นในแต่ละสนามนั้น มีการกำหนดเปิด/ปิด ที่ค่อนข้างแน่นอน คือ เริ่มเปิดให้สมัครปั่นได้ 1 เดือน ก่อนวันปั่น และปิดรับสมัคร 1 สัปดาห์ ก่อนวันปั่น, เหตุผลส่วนหนึ่ง เพื่อให้ผู้จัดงานเตรียมงานได้ทัน มีข้อบกพร่องในการจัดน้อยที่สุด

ในการจัดปั่นนั้น ผู้จัดงานอาจเตรียมอาหาร เตรียมเครื่องดื่ม เตรียมทีมงานที่จะคอยดูแลนักปั่นตลอดเส้นทาง รวมไปถึงการทำประกันอุบัติเหตุให้แก่นักปั่น (ประกันหมู่), เพื่อเป็นมารยาทที่ดี นักปั่นที่ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่ควรเข้าร่วมปั่น เนื่องจากจะเบียดเบียนทรัพยากรที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้แก่นักปั่นที่ลงทะเบียน, ในกรณีที่มีนักปั่นที่ไม่ได้ร่วมปั่นไปด้วยกัน หากหลงทาง หรือ เกิดอุบัติเหตุ ผู้จัดงานจะไม่สามารถให้การดูแลได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้จัดงานจะไม่มีข้อมูลติดต่อ ไม่สามารถตรวจเช็คตรวจนับจำนวนนักปั่นได้อย่างถูกต้อง

การสมัคร ลงทะเบียน และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการสอบปั่นทางไกล Audax , และข้อมูลสนามต่างๆ สามารถหาได้ที่เว็บไซต์ AudaxThailand.com

ปั่นตามเส้นทางที่กำหนด ได้ระยะทางที่กำหนด ความเร็วที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด

สนามสอบแต่ละสนามนั้น ได้ถูกกำหนดเส้นทางเอาไว้แล้ว ถ้าหากปั่นตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ จึงจะได้ระยะการเดินทาง 200, 300, 400 กิโลเมตร ฯลฯ ตามที่กำหนดไว้สำหรับการสอบแต่ละระยะทาง

โดยผู้จัดจะขอให้นักปั่นทุกคน มีตัววัดระยะทางติดจักรยานเอาไว้เพื่อตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดาที่หาซื้อได้ในราคาไม่แพง อย่างยี่ห้อ Cateye, แบบที่มีแผนที่ มี GPS บอกเส้นทาง อย่าง Garmin หรือ Wahoo, แม้แต่โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่ลงแอฟสำหรับวัดระยะทาง ไปจนถึงการขอยืมใช้เลขไมล์ของคนข้างๆที่ปั่นมาด้วยกัน – ทั้งนี้ เพื่อยืนยันว่า เราปั่นจักรยานได้ ตามระยะทางที่กำหนด

ข้อกำหนดสำหรับระยะเวลาปั่น ในแต่ละระยะทาง คือ

  • 200 BRM กำหนดเวลา 13 ชั่วโมง 30 นาที
  • 300 BRM กำหนดเวลา 20 ชั่วโมง
  • 400 BRM กำหนดเวลา 27 ชั่วโมง
  • 600 BRM กำหนดเวลา 40 ชั่วโมง
  • 1000 BRM กำหนดเวลา 75 ชั่วโมง
  • 1200 BRM กำหนดเวลา 90 ชั่วโมง
  • 1400 BRM กำหนดเวลา 116 ชั่วโมง 40 นาที

ข้อกำหนดเวลานี้ นับจากเวลาปล่อยตัว (ทุกคนเริ่มพร้อมกันตามเวลาที่กำหนด), ในกรณีที่มีปัญหาขัดข้อง พักระหว่างทาง ทางผู้จัดจะไม่ทดเวลาบาดเจ็บให้ นักปั่นต้องคอยควบคุมความเร็ว ควบคุมการพัก ควบคุมการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพด้วยตัวเอง

ในบางเส้นทาง อาจมีระยะทางเพิ่มขึ้นบ้าง เช่น 203-210 กิโลเมตร แทนที่จะเป็น 200 กิโลเมตรพอดีๆ เพื่อเป็นการป้องกันข้อผิดพลาดของไมล์วัดระยะทางของแต่ละคน (บางคนปั่นครบระยะทาง 200 กิโลเมตร ก็จริง แต่เลขไมล์ อาจโชว์แค่ 196 กิโลเมตร ก็เป็นไปได้), สำหรับระยะทางที่เพิ่มขึ้นมา ผู้จัดแต่ละสนามจะขยายกำหนดเวลาให้ตามความเหมาะสม (ขออนุญาติแก้ไขครับ)

ในบางเส้นทาง อาจมีระยะทางเพิ่มขึ้นบ้าง เช่น 203-210 กิโลเมตร แทนที่จะเป็น 200 กิโลเมตร พอดีๆ – ทั้งนี้ มีหลายเหตุผลครับ, อาจเป็นเพราะว่า บางเส้นทางอาจไม่สามารถทำให้ได้ลงตัวที่ระยะ 200 กิโลเมตร, การออกแบบเส้นทางปั่น ควรออกแบบเส้นทางให้ได้ 200 กิโลเมตร หรือมากกว่านิดหน่อย แต่ไม่ควรได้ระยะทางน้อยกว่า 200 กิโลเมตร จึงอาจพบว่ามีหลายสนามที่มีระยะเกินกว่า 200 กิโลเมตรครับ, ส่วนระยะทางที่เพิ่มเติมมา ตามกฏจะไม่ได้ขยายเวลาครับ ระยะทางเพิ่มจะไม่เพิ่มเวลา ถือเป็นความท้าทายครับ

กรณีที่เพิ่มเวลา อาจมีด้วยเหตุผลต่างๆกัน เช่น สนามที่มีความจำเป็นต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง อย่างสนาม 400BRM จังหวัด สุรินทร์ หรือ 200BRM สงขลา มีการปั่นในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ทางผู้จัด จะเพิ่มเวลาให้ สำหรับพิธีการตรวจคนเข้าเมือง, หรือในบางสนาม อาจมีฝนตกหนัก ก็มีการเพิ่มเวลาให้เพราะเป็นเหตุฉุกเฉินซึ่งต้องพิจารณาเป็นกรณีๆไปครับ

การตรวจสอบ และประทับตรา

นักปั่นต้องถูกตรวจสอบความถูกต้องในการปั่น หัวข้อสำคัญ 4 เรื่อง คือ เวลา, เส้นทาง, ระยะทาง, ไม่ทำผิดกติกา

การตรวจสอบ เรื่องของเวลา เส้นทาง และระยะทาง นั้น จะใช้การบัญทึกลงในใบ Brevet หรือภาษา Audax บ้านเรา จะเรียกว่า พาสปอร์ทนักปั่น, ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะได้รับใบ Brevet นี้ก่อนการปั่น ต้องเก็บรักษาเอาไว้ตลอดเส้นทางปั่น เพื่อใช้เป็นเอกสารในการประทับตราและลงเวลา

เริ่มตั้งแต่จุดปล่อยตัว นักปั่นทุกคนต้องได้รับการลงเวลา/ประทับตรา ว่าได้มาร่วมปั่น ได้มาปล่อยตัว ณ จุดปล่อยตัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอย่างถูกต้อง

เส้นทางปั่นที่ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว จะถูกทำเป็นแผนที่ และคำอธิบายรายทาง เรียกว่า คิวชีท (cue sheet) ซึ่งจะระบุว่าที่ระยะทางที่เท่าไหร่ ต้องพบเจอกับอะไร ตั้งเลี้ยวซ้าย/ขวา หรือกลับรถ เป็นต้น – คิวชีท จะถูกแจกให้นักปั่นพร้อมกับใบ Brevet ตั้งแต่ก่อนการปั่น, ส่วนแผนที่ และ ไฟล์คิวชีท จะสามารถดาวโหลดได้จากเว็บไซต์ Audax Thailand

ระหว่างเส้นทางปั่นนั้น ผู้จัด จะกำหนดสถานที่นับพบเพื่อประทับตรา และตรวจสอบ ซึ่งถูกเรียกว่า Check Point หรือ Control Point (คำว่า Check Point มักหมายรวมถึงการควบคุมเวลาด้วย ในขณะที่ Control Point อาจหมายถึงการควบคุมเฉพาะเส้นทางเท่านั้น) หากนักปั่นหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ ลัดเส้นทาง หรือหลงทาง จะไม่ได้รับตราประทับจากจุดควบคุมนั้นๆ

ณ จุดควบคุมต่างๆ จะมีกำหนดเวลา เปิด และ ปิด สำหรับจุดควบคุมนั้นด้วย เป็นการควบคุมความเร็วของนักปั่นไปในตัว หากปั่นเร็วเกิน จะไปถึงจุดควบคุมก่อนเวลา จะต้องรอจนกว่าทีมผู้จัดเปิดจุดควบคุม/ลงเวลาจุดนั้น, และหากปั่นช้าเกิน ทีมผู้จัดจะเปิดจุดควบคุม/ลงเวลาจุดนั้น – ในกรณีที่นักปั่นไม่ได้รับตราประทับ/ลงเวลา ณ จุดควบคุมลงเวลาใดๆ ถือว่าสอบไม่ผ่าน

ในทุกๆสนาม จะมีจุดควบคุมที่ไม่มีทีมงานผู้จัดคอยเฝ้าอยู่ อาจเป็นการกำหนดให้นักปั่นต้องซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ เพื่อเอาใบเสร็จรับเงินนำไปแสดงให้ทีมผู้จัดที่จุดนัดพบถัดๆไป (ซึ่งมักจะมีข้อมูล ชื่อร้านค้าสาขานั้นๆ เวลา และวันที่), หรือ อาจให้นักปั่นกดตู้ ATM เพื่อเอาสลิปท์แสดงเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารมาแสดง หรือ อาจให้นักปั่นถ่ายรูปกับสิ่งของ/สถานที่ ที่มีอยู่เฉพาะสถานที่นั้นๆ ก็ได้ – รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการตรวจสอบ จะถูกเขียนเอาไว้ในใบคิวชีท นั่นหมายถึง นักปั่นทุกคนต้องอ่านคิวชีท นั่นเอง

ผู้ที่ปั่นเก็บระยะทาง เก็บตราประทับ และทำกิจกรรมตามที่กำหนดได้อย่างครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด จะได้รับตราประทับลงในใบ Brevet อย่างถูกต้องครบถ้วน ถือว่า ผ่านการทดสอบ, สำหรับผู้ที่พลาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือ ทำใบ Brevet หาย จะถูกตัดสินว่า ไม่ผ่านการทดสอบ หรือ DNF (Did Not Finish)

Audax Brevet
ใบ Brevet ของ Audax ประเทศไทย มีลักษณะตามภาพ
London Audax Brevet
ใบ Brevet ของ Audax London

ใบ Brevet ของนักปั่นที่เรียบร้อยแล้ว จะถูกส่งต่อไปให้แก่ ACP ที่ฝรั่งเศส เพื่อบันทึกข้อมูล ขึ้นทะเบียนนักปั่นว่าเป็น Randonneur และส่งกลับมาให้นักปั่นภายในระยะเวลา 1-6 เดือน (ขึ้นกับช่วงการจัดส่งเอกสาร)

ดูแลตัวเอง ดูแลเพื่อนนักปั่น ไม่ขี้โกง

การปั่นงาน Audax นี้ ห้ามนักปั่นเกาะไปกับรถยนต์ ห้ามเอาจักรยานขึ้นรถยนต์ ห้ามมีมอเตอร์ไซต์ช่วยเข็น นักปั่นต้องดูแลตัวเอง ปั่นด้วยตัวเอง ต้องใช้การเดินทางด้วยแรงของตัวเองอย่างเดียว เหนื่อยก็หยุดพักดูแลตัวเอง หาร้านค้าร้านอาหารซื้ออาหารกินเอง หลบแดด นอนพักข้างถนน เพื่อเป็นการฝึกฝนและเตรียมตัวสำหรับการเผชิญหน้ากับสนามต่างประเทศ ที่ๆเราจะมีข้อจำกัดด้านภาษา ไม่ชำนาญเส้นทาง ไม่สามารถโทรตามคนที่บ้านมารับกลับไปได้ การเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้ได้ตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ประเทศไทยเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก

นอนข้างถนน สไตร์ Audax
การนอนหลับ ริมถนน ข้างทาง ใต้ต้นไม้ ถือเป็นภาพที่เห็นได้ง่ายในการปั่น Audax : ภาพจากเพจ ปั่นไปถ่ายเพื่อน

ในกรณีที่นักปั่นคนไหนมีปัญหา เราจึงควรยื่นมือเข้าช่วย แทนที่จะปล่อยให้เขายอมแพ้โบกรถกลับบ้าน, เช่นเดียวกันกับตัวเรา หากมีปัญหา เราต้องพยายามช่วยเหลือตัวเอง และรับความช่วยเหลือจากนักปั่นคนอื่นๆด้วย

การเรียกเพื่อนมาช่วยระหว่างทาง ถือเป็นการทำผิดกติกา ไม่ว่าจะเป็นเพียงการยื่นน้ำดื่มให้ ไปจนถึงการช่วยปะยาง ซ่อมจักรยาน หรือหลบนั่งพักตากแอร์ในรถยนต์ ถึงแม้จะไม่ใช่การยกจักรยานขึ้นรถยนต์เพื่อไม่ต้องปั่นเองก็ตาม ยังถือว่าเป็นการส่อเจตนาทุจริตอยู่ดี – ทั้งนี้ยังรวมไปถึงอีกสาระพัดวิธีที่จะช่วยทุ่นแรงของเราในการปั่นจักรยานไปตามเส้นทาง เช่น เรียกเพื่อนนักปั่นที่ไม่ได้ลงทะเบียนมาช่วยปั่นกันลมในระยะทางสั้นๆ และอื่นๆอีกมากมายตามแต่ที่จะคิดได้ ถือเป็นการส่อเจตนาทุจริต และไม่ตรงตามจุดประสงค์ของการจัดสอบปั่นทางไกล Audax นี้

สอบผ่านแล้วได้อะไร ?

ขึ้นทะเบียนเป็น Randonneur

ถูกตราหน้าว่าเป็น Randonneur นั่นหมายถึง คุณผ่านการทดสอบแล้ว และพร้อมจะไปลุยรายการ Audax ที่สนามใดๆก็ได้ตามที่คุณต้องการ

ได้สิทธิซื้อเหรียญที่ระลึก

ถ้าคุณปั่นผ่านในสนามนั้นๆ เมื่อคุณเข้าสู่จุด Finish ลงเวลาเรียบร้อย คุณก็มีสิทธิซื้อเหรียญที่ระลึกตามระยะทางปั่นนั้นๆ ซึ่งเหรียญจะถูกส่งตรงมาจากฝรั่งเศสเลยทีเดียว ถือเป็นหลักฐานที่เอาไว้คุยโม้โอ้อวดได้อย่างเต็มที่

เหรียญ Audax
เหรียญ Audax หลายๆเหรียญของนักปั่นคนหนึ่งที่คลั่งไคล้การปั่นจักรยานรายการนี้ : ภาพจากเพจของ เทมส์ SA RTB

 

ได้สิทธิไปปั่นเส้นทาง Audax ระดับโลก

ปั่นผ่านแล้ว ไม่ใช่จะหยุดแค่สนามในประเทศไทยแล้วนะ สนามต่างประเทศก็เปิดให้เราได้ไปลุย ได้ท้าทายความสามารถของตัวเอง และรายการดังๆที่อาจจะจัด 4 ปีครั้งหนึ่ง อย่าง Paris-Brest-Paris (ระยะทาง 1200 กิโลเมตร) ซึ่งถือเป็นบทส่งท้ายสำหรับนักปั่น Audax ทั่วโลก ก็เปิดให้เราได้เดินทางไปปั่นถึงถิ่นเจ้าของ Audax ด้วย

ได้ความสุขล้นหลาม ได้ความภาคภูมิใจกลับบ้าน

นอกจากผิวสองสี ร่องรอยการโดนแดดเผา ตูดช้ำด้านดำเขียว เราก็จะมีเรื่องราวของความสำเร็จ การเอาชนะธรรมชาติรอบตัวที่ใครหลายคนยอมให้มันเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ชนะความร้อน ชนะลมฝน สภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ความมืดบนท้องถนน ความรู้สึกกลัวอันตรายบนท้องถนนประเทศไทย การข้ามผ่านความปวดเมื่อยทั่วทั้งร่างกาย เอาชนะความเหนื่อยล้า ได้ผ่านสิ่งต่างๆเหล่านั้นมา จนมาถึงจุดเส้นชัย ที่มีเสียงปรบมือเบาๆ ต้อนรับแสดงความยินดี

เส้นทางปั่นหลายๆเส้นทาง ถูกออกแบบให้ผ่านเส้นทางที่มีบรรยากาศรอบข้างสวยงาม สวน ป่า ภูเขา แม่น้ำ ทะเล อุทยานแห่งชาติ ฯลฯ ธรรมชาติที่ใครๆก็ไฝ่หา เราได้อยู่กับมันตลอดเส้นทาง

20% ใช้แรงกาย อีก 80% ใช้แรงใจผลักดัน – หลายๆคน เจ็บนิด เจ็บหน่อย ก็ยอมแพ้เลิกปั่น – แต่หลายๆคนไม่ใช่อย่างนั้น เจ็บก็ทน เหนื่อยก็สู้ต่อ เราผ่านตรงนั้นมาได้ เราชนะตัวเราเอง ไม่มีความสุขอื่นใดจะเทียบเคียงได้

มาลองสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองดีที่สุด

ในการปั่นจักรยานทางไกล ดูแลตัวเอง ไร้ผู้ติดตาม เราจะได้รับประสบการณ์ ได้ลิ้มรสชาติทุกๆอย่าง ได้รับรู้หลายๆอย่าง อีกหลายๆเรื่องราวที่ไม่สามารถรับรู้ได้หากไม่ได้ลงมือปั่นด้วยตัวเอง จบจากการปั่นทางไกลอันเหนื่อยล้า ได้พักอีกนิด นึกย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งที่ผ่านมา มันสอนอะไรเราได้มากมายเกินกว่าที่เราเคยคาดหวังไว้เลยล่ะ

แล้วรู้มั๊ยล่ะ ใครที่ได้ลงปั่น แทบจะทุกคน จะลงสนาม Audax อีก ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า และบอกทุกครั้งว่า ครั้งหน้าจะไม่ปั่นอีกแล้ว แต่ครั้งที่แล้วก็พูดแบบนี้แหละ – เอ๊ะ มันยังไง – อย่างนี้คงต้องลองปั่นเอง จริงไหม จะได้รู้ด้วยตัวเอง ว่า Audax มันคืออย่างนี้นี่เอง

หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Audax ได้ที่

AudaxThailand.com

AudaxThailand Facebook

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ณัฐวุฒิ.คอม