การใช้ชีวิต

เติมเต็มชีวิต

พวกเราตั้งใจเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัว ก้มหน้าก้มตาทำงาน ตั้งใจเคี่ยวเข็ญลูกของเราให้เรียนเก่งๆ จนถึงวันที่เรามีอายุมาก หมดภาระ เราจึงบอกตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะเกษียนตัวเอง แล้วท่องเที่ยวตามที่ใจเราต้องการ — เมื่อถึงวันนั้นเราอาจไม่มีแรง ไม่สามารถท่องเที่ยว ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ และอะไรบางอย่างคงจะขาดหายไป จะดีกว่าหรือไม่ หากเราสร้างเวลาว่างของเรา ใช้เวลาว่างของเรา ทำกิจกรรม สร้างเรื่องราว สร้างความทรงจำ และทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม

งานอดิเรกทำให้รู้จักเพื่อนใหม่

ใครจะไปคิดล่ะว่าการที่มีงานอดิเรกคือเล่นดนตรีจะนำพาอะไรดีๆเข้ามาสู่ชีวิตได้ – ที่ผมจะพูดถึงคือ มันทำให้ผมรู้จักคนมากขึ้น จากจุดเริ่มต้นที่ผมได้รู้จักคนโดยที่มีดนตรีเป็นสื่อกลาง

ฝึกฝนตัวเองเพื่อเอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

พวกเราเป็นเหมือนกันทุกคน, เรามีจุดมุ่งหมายที่ดีสำหรับชีวิตของเรา แต่สุดท้ายเราก็เลื่อนการลงมือทำออกไป ไม่มีใครที่สามารถกำจัดนิสัยนี้ได้อย่างหมดสิ้น … บันทึกนี้เป็นแนวทางการฝึกฝนตัวเองให้เอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

มองตัวเองในกระจก ถามตัวเองว่า ทำไมเราไม่เป็นเหมือนคนนั้น เราไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเขา เราไม่เก่งเหมือนเขา – ถ้าทำอย่างนั้นไป ทำให้เรารู้สึกใจเฉา หดหู่ – หยุดมันซะ เปล่าประโยชน์ที่จะเปรียบเทียบ

คำแนะนำสำหรับน้องๆ เลือกเส้นทางของตัวเอง

“โตขึ้นอยากเป็นอะไร” คำถามนี้ที่เคยถูกถามบ่อยๆตอนเด็กๆ โตขึ้นมาเรื่อยๆ – เราจะแนะนำคนอื่นอย่างไรถ้าเด็กถามเรากลับมาว่าโตขึ้นเขาจะเป็นอะไรดี ผมได้ตอบคำถามแบบนี้ไปหลายต่อหลายครั้ง ให้คำแนะนำ ให้คำตอบในหลายรูปแบบ เพื่อหว่านล้อมให้เข้าใจในจุดยืนง่ายๆของผมดังนี้

แสวงหาความสงบบนความไม่แน่นอน

เรากลัวอนาคต เพราะอนาคตไม่มีอะไรที่แน่นอน : ความกลัวนี้สามารถหยุดเราจากการลงมือทำอะไรที่ยิ่งใหญ่สร้างสรรค์ได้, และมันอาจจะทำให้เรายังยึดติดอยู่กับอะไรแย่ๆที่ทำร้ายเราได้

สูดหายใจลึกๆ

สูดหายใจลึกๆ สามารถเปลี่ยนชีวิตของเรา ถ้าเรารู้สึกเครียด กระอักกระอ่วม ความทุกข์ทรมาณทับถมจนท่วมหัว ทนรับสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ไหว, สูดหายใจลึกๆ, มันจะช่วยให้เราเย็นลง ผ่อนคลายจากความตึงเครียด ถ้ากำลังกังวลอยู่กับบางอย่าง สูดหายใจลึกๆ…