ก้าวเดินต่อไป อย่างสุขุม รอบคอบ

ผ่านไปอีกแล้ว 1 ปี, เวลาของชีวิตเราเหลือน้อยลงไปอีกนิด, ชีวิตของคนเรานั้นสั้นยิ่งนัก, ตอนนี้ผมอายุย่างเข้า 34 ขวบแล้ว หากคิดว่า จะทำงานจนถึงอายุ 55 ขวบ (เกษียนตัวเองตอนที่ลูกๆเรียนจบ ป.ตรี) ก็จะเหลือเวลาทำงาน สร้างความสุขในการทำงาน และสร้างตำนานของตัวเอง เพียงแค่ประมาณ 20 ปี หรือประมาณ 7,300 วัน เท่านั้นเอง – แต่ความต้องการของเรา(กิเลส) มันช่างมากมายเกินกว่าที่เวลาชีวิตของเราจะเอื้ออำนวยให้เราได้ทั้งหมดที่เราต้องการ

นี่ยังไม่นับรวมการท่องเที่ยวในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต, กิจกรรมเติมเต็มฝันหลากหลายอย่างที่เราอยากจะได้ลองทำ ได้สัมผัส ได้สร้างประสบการณ์, รวมไปถึงเรื่องดีๆที่เราอยากทำอวดคนอื่น และเรื่องเลวร้ายอีกเป็นพันๆอย่าง ที่อยากลองทำในฐานะที่เราเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง

หากเราลองคิดประเมินมูลค่าความต้องการต่างๆชีวิตของเราเป็นเงิน เช่น เราซื้อบ้าน ราคา 3 ล้านบาท, รถยนต์ราคา 1 ล้านบาท, และส่งเสียลูก 2 คน ไปจนจบปริญญาโท อีก 2 ล้านบาท (1 ล้านบาท ต่อ คน), เรามีรายจ่ายรออยู่แล้ว 6 ล้านบาท, ซึ่งยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายประจำวันอื่นๆ, นั่นหมายความว่า เวลาประมาณ 7,300 วัน ที่เหลืออยู่นั้น เราควรจะมีค่าตัวเฉลี่ยประมาณวันละ 1,000 บาทขึ้นไป (ซึ่งในแต่ละเดือน เรามีวันทำงานประมาณ 25-26 วันเท่านั้น – รายได้ต่อวันเราควรจะได้มากกว่านั้น)

พอคิดตื้นๆแบบนี้ หลายๆคนก็อาจจะเริ่มคิดหนักกันหน่อยใช่มั๊ยครับ เพราะลึกๆแล้ว เราก็ไม่อยากจะเช่าบ้านอยู่ไปตลอด ไม่อยากจะอยู่บ้านสภาพเก่าๆโทรมๆซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ เราไม่อยากจะส่งต่อภาระค่าผ่อนบ้านไปให้ลูกหลานของเราเช่นกัน, เราอยากให้ลูกมีความรู้มากพอสำหรับต่อสู้กับโลกภายนอก อาจหมายถึงการได้เรียนในสาขาวิชาที่ดี ได้เป็นลูกศิษย์ของคุณครูที่เก่งกาจ หรือได้ศึกษาหาความรู้ประสบการณ์จากต่างประเทศ นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ๆอีกส่วนหนึ่ง

หากเรากู้ยืมเงินมาเพื่อใช้จ่ายในความต้องการหลายๆอย่าง คำถามต่อไปจากนั้น คงจะเป็น “เมื่อไหร่ล่ะที่เราจะสามารถใช้หนี้ได้หมดสิ้น หากเรายังคงมีรายได้เดือนละ 2-3 หมื่นบาท ดังที่เป็นอยู่” – มนุษย์เงินเดือนหลายๆคนที่ได้แวะมาอ่านถึงตรงนี้ อาจจะได้แรงผลักดัน ตอกย้ำและยืนยันความคิดที่มีอยู่เกี่ยวกับการหารายได้เสริม เปลี่ยนงาน ทำงานหนักขึ้น รวมไปถึงแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกเดือนละ 1-2 หมื่นบาท

แต่ก็อย่าลืมว่า ชีวิตเรานั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ทำงาน หาเงิน เพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายสำหรับการที่จะได้มีชีวิตอย่างที่ฝัน, เรายังมีเรื่องต่างๆที่ควรจะทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน อย่างการดูแลรักษาสุขภาพ การใส่ใจในรายละเอียดของอาหารที่ทานในแต่ละมื้อ การออกกำลังกาย การดูแลรักษาสภาพจิตใจ การพักผ่อน, เรื่องของคนอื่นๆที่เราเป็นห่วงเป็นใย หรือต้องทำโดยหน้าที่ ทั้งบุพการี หรือลูกๆหลานๆ ที่มีรายละเอียดต่างๆมากมาย – สิ่งเหล่านี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเวลาล้วนๆ (เรารู้ดีว่า สามารถจ่ายเงินซื้อบริการต่างๆมาได้ แต่การลงมือทำด้วยตัวเองนั้น ก็มีคุณค่ามากกว่าอยู่ดี)

ทั้งหมดที่เขียนบรรยายมาข้างต้นนั้น อยากจะย้ำเตือนตัวเองให้คิดวางแผน ตั้งเป้าหมาย และแบ่งเวลาสำหรับกิจกรรมต่างๆ ให้ดี ทำให้สมดุล ใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะสิ่งเดียวที่เรามีจำกัด และไม่สามารถหาซื้อมาจากที่ไหน ไม่สามารถเอาคืนกลับมาได้ นั่นคือ เวลา

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ณัฐวุฒิ.คอม