Home Workshop #1 :: สร้าง Workshop เล็กๆที่บ้าน

ผมมีจักรยานอยู่ 2-3 คัน ผมซื้อจักรยานเพิ่มด้วยความคิดที่ว่า ถ้าจักรยานเสียคันหนึ่ง ผมก็มีอีกคันหนึ่งที่พร้อมปั่น สามารถหยิบอีกคันหนึ่งออกไปปั่น เพื่อออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และค่อยหาจังหวะเอาคันที่เสียไปส่งให้ร้านซ่อม แต่เรื่องราวมันไม่เป็นไปเช่นนั้น ผมไม่สามารถหาโอกาสเหมาะที่จะเอาจักรยานคันที่เสียไปซ่อมที่ร้านได้ และเมื่อเวลาผ่านไปจักรยานอีกคันหนึ่งก็เริ่มมีปัญหา

การหาจังหวะเวลาเอาจักรยานไปซ่อมที่ร้าน มันยากพอๆกับพยายามหาเวลาออกไปปั่นจักรยาน – จะซื้อจักรยานเพิ่มอีกคัน ก็ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าอีกต่อไปแล้ว – ตัวเลือกถัดมา คือ ซ่อมเอง ลงมือทำเอง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง Workshop ของผมเอง เล็กๆ ที่บ้าน

ผมสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับการซ่อมบำรุง ดูแลรักษาจักรยาน ได้จากอินเตอร์เน็ต ถ้าหาวิธีทำเป็นภาษาไทยไม่ได้ ก็ยังมีภาษาอังกฤษเป็นตัวเลือก ถือว่าโชคดีสำหรับผมที่ฟัง/อ่าน ภาษาอังกฤษได้ การเข้าถึงข้อมูลจึงเป็นเรื่องง่ายถึงที่สุด จนสุดท้าย ผมก็ยึดเอา ParkTool เป็นตัวเลือกหลักในเรื่องของการซ่อมบำรุง และผมก็ซื้อหนังสือของ ParkTool มาใช้เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการอ้างอิง

หนังสือ ParkTool – Big Blue Book 3rd edition เป็นหนังสือเวอร์ชั่นล่าสุดที่ผมหาซื้อมาได้จากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย

ParkTool เป็นยี่ห้อจากอเมริกา ผลิตเครื่องมือสำหรับซ่อมจักรยานโดยเฉพาะ รวมถึงเครื่องมือทั่วๆไปอื่นๆ ที่ใช้ได้ทั้งกับจักรยาน และใช้งานทั่วไป, น่าจะเป็นเพียงยี่ห้อเดียวที่ทำหนังสือคู่มือการซ่อมจักรยานออกมาขายควบคู่ไปกับการขายเครื่องมือด้วย ที่สำคัญที่สุดคือหาซื้อได้ในประเทศไทย

ภายในห้องจักรยานของผม เดิมทีเป็นห้องเก็บของของครอบครัว ของที่ไม่ใช่ของใช้ในบ้าน จะเอามาเก็บไว้ที่ห้องนั้น เครื่องมือทำสวน เครื่องมืงานช่าง ลังกระดาษ ตะกร้าของขวัญที่ไม่ใช้แล้ว จนกลายเป็นห้องเก็บของที่รกรุงรัง ผมจึงเคลียร์ห้องให้มีที่ว่าง แล้วเอาจักรยาน อะไหล่จักรยาน เข้าไปเก็บในห้องนั้นด้วย

ผมใช้ห้องเก็บของที่บ้าน เป็นห้องเก็บจักรยาน ในช่วงแรก ยังไม่มีเครื่องมืออะไรเลย (รูปถ่ายเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2559)

เมื่อผมได้อ่านหนังสือ ParkTool ผ่านไปหลายๆบท ควบคู่กับการหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต ผมคิดว่าผมสามารถเรียนรู้การซ่อมบำรุงดูแลจักรยานของตัวเองได้แน่ๆ เมื่อรวมกับจำนวนจักรยานของพี่ชายผมที่เขามีในครอบครองอีก 8 คัน ถึงไม่ได้ทำเป็นร้านจักรยาน ผมก็มีจักรยานที่ต้องดูแลมากมายอยู่แล้ว ผมก็ตัดสินใจซื้อเครื่องมือ ParkTool โดยเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับดูแลจักรยานทุกคันที่อยู่ในรั้วบ้าน

เครื่องมือ ParkTool ถูกส่งมาถึงบ้าน, มีเครื่องมือหลายอย่าง แท่นซ่อมของ ParkTool และแท่นขึ้นล้อ (รูปถ่ายเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2559)

เมื่อได้เครื่องมือแล้ว ลำดับถัดไปคือทำที่แขวนเครื่องมือ / ตู้เก็บเครื่องมือ หรืออะไรก็ได้, ผมเลือกแขวนเครื่องมือขึ้นฝา เหมือนกับรูปที่มักจะพบเจอได้ตามอินเตอร์เน็ต

โดยส่วนใหญ่ฝาสำหรับแขวนเครื่องมือ หรือที่เรียกกันว่า pegboard มักจะเป็นของสำเร็จรูป ซึ่งจริงๆแล้ว มันคือแผ่นไม้หรือแผ่นเหล็กที่เจาะรูเอาไว้ใส่ที่แขวน ผมจึงเลือกซื้อไม้อัดมาเจาะรูเอง แทนที่จะสั่งซื้อ pegboard สำเร็จรูปมา ราคาถูกกว่า ได้ประสบการณ์งานไม้ และได้สนุกกับการลงมือทำ

ขีดเส้น ระบุตำแหน่งที่จะเจาะ ใช้ตาปูตอกนำศูนย์ เจาะรูได้ตรงตำแหน่งเป๊ะๆ
เจาะรูไม้อัดตามตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้

การเจาะรูบนแผ่นไม้อัดจำนวนหลายๆรู จะใช้เวลามากหน่อย ทำไปช้าๆ เมื่อยก็หยุด รวมเวลาทั้งหมดที่ใช้ในการเจาะรูทำคนเดียว ประมาณ 4-6 ชั่วโมง (แบ่งทำ 2 คืน) เมื่อเจาะรูเรียบร้อย เอาแผ่นไม้ขึ้นไปติดตั้งบนฝนผนังปูน เป็นอันเรียบร้อยสำหรับแผ่น pegboard ทำเอง พร้อมใช้แขวนเครื่องมือ

แขวนเครื่องมือขึ้นฝาผนัง โดยใช้ตะขอแขวน(หัวเกลียว) ขันใส่เข้าไปในรูที่เจาะเอาไว้ แล้วค่อยๆแขวนทีละชิ้น
แขวนเครื่องมือขึ้นข้างฝา แขวนกระดานไวท์บอร์ด และกระดานไม้ก๊อก ข้างฝาก็ดูสวยงาม

พอใช้เวลากับห้อง Workshop พักใหญ่, ซ่อมจักรยาน ทำงานซ่อมแซมทั่วไปอื่นๆ ทำงานไม้ ทำงานเหล็ก ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เราก็ดูความถี่ของการใช้งานเครื่องมือแต่ละชิ้น จัดเครื่องมือที่ใช้งานบ่อยให้อยู่ใกล้มือหยิบได้ง่าย เครื่องมือที่นานๆทีจะหยิบมาใช้ ก็เก็บไว้ไกลมือได้ เครื่องมือประเภทเดียวกัน จับมาแขวนใกล้ๆกันจะได้เลือกหยิบได้ถูกต้องตามประเภทของงานที่ต้องใช้

Workshop ที่ถูกใช้งานเต็มที่มาเรื่อยๆ มีเครื่องมือเพิ่มเติม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ถูกจัดให้เหมาะกับการใช้งาน (รูปถ่ายเมื่อ 29 มกราคม 2560)

เนื่องจากห้อง Workshop นี้ เป็นทั้งห้องเก็บของสำหรับครอบครัว และเป็น Workshop ไปในตัว การใช้งานห้องนี้ จึงต้องจัดห้องอยู่ตลอดเวลาเพื่อทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง กำจัดของที่ไม่ใช้ออกไปบ้าง มีของใหม่ถูกนำมาเก็บเพิ่มเติมไว้ในห้องบ้าง

ห้อง Workshop ของผมถูกปรับปรุงไปเรื่อยๆ ในรูปจะเห็นว่าขนาดโต๊ะมีพื้นที่มากขึ้น (รูปถ่ายเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2560)

ปัจจุบันนี้ (กันยายน 2560) ห้อง workshop ห้องนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก มีเครื่องมือเพิ่มขึ้น ของที่นำเข้ามาเก็บไว้ในห้องนี้ มีเพิ่มมากขึ้น ผมจึงตัดสินใจว่า ต้องย้าย workshop นี้ไปอยู่ที่อื่น เพื่อแยกเอางานซ่อมบำรุงดูแลรักษาจักรยาน ซึ่งเป็นงานใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ออกไปจากห้องเก็บข้อง พร้อมทั้งขยับขยายงานจักรยาน จากที่เพียงแค่รับงานของคนในครอบครัวและเพื่อนที่สนิท เปลี่ยนเป็นเปิดรับงานจากเพื่อนคนอื่นๆ รวมทั้งขายสินค้าเฉพาะ สินค้าแบบที่แตกต่างจากที่หาซื้อได้ในจังหวัด

Workshop ใหม่ สถานที่ใหม่ จะเป็นอย่างไร ร่วมติดตามกันนะครับ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.